

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาและเจรจา ภายใต้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้มีมติอนุมัติ 17 โครงการที่ขอรับการส่งเสริมตามมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Business Transformation) และ 31 โครงการที่ขอรับการส่งเสริมตามมาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Skill Bridge)
เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งทั้งสองมาตรการนี้เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และเป็นเรื่องที่รองนายกฯ เอกนิติ ผลักดันมาโดยตลอด
สำหรับมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Business Transformation) ที่ประชุมได้อนุมัติให้การส่งเสริมบริษัทไทยจำนวน 17 โครงการ วงเงินสนับสนุนรวม 1,033 ล้านบาท ครอบคลุมอุตสาหกรรมเกษตร การแปรรูปอาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ การแพทย์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
ดึงเทคโนโลยียกระดับธุรกิจ
โดยโครงการเหล่านี้จะมีการลงทุนเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของธุรกิจผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น การปรับสายการผลิตให้เป็น Smart Factory ด้วยระบบออโตเมชั่นและหุ่นยนต์ การใช้ AI และ Data Analytics ในการวิเคราะห์กระบวนการผลิตแบบ real-time เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดของเสียในสายการผลิต
การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูงที่ตอบโจทย์ตลาดโลก เช่น บรรจุภัณฑ์ชีวภาพย่อยสลายได้จากวัตถุดิบทางการเกษตร และอุปกรณ์การแพทย์ความแม่นยำสูง ตลอดจนการยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ด้วยระบบพลังงานอัจฉริยะและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
สร้างบุคลากรทักษะสูงรับอุตฯยุคใหม่
ในส่วนมาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Skill Bridge) ที่ประชุมได้อนุมัติให้การส่งเสริมบริษัทและสถาบันการศึกษา/ฝึกอบรมจำนวน 31 โครงการ วงเงินสนับสนุนรวม 1,465 ล้านบาท เพื่อพัฒนากำลังคนในอุตสาหกรรมเป้าหมายจำนวน 49,300 คน เมื่อรวมกับโครงการที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้ ทำให้ปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้มาตรการนี้แล้วทั้งสิ้น 35 โครงการ ซึ่งจะมีการพัฒนาบุคลากรรวม 66,500 คน
โดยโครงการที่ได้รับการสนับสนุนผ่านการพิจารณาคัดเลือกจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ มาตรฐานหลักสูตร ความเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ศักยภาพและความพร้อมในการจัดฝึกอบรม ซึ่งการฝึกอบรมจะครอบคลุมทักษะที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ประกอบด้วย
- ดิจิทัล: หลักสูตรด้านเทคโนโลยี AI, Data Analytics, Cloud Computing และ Cybersecurity
- อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ: หลักสูตรด้านการออกแบบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB Design) และระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
- ยานยนต์สมัยใหม่: หลักสูตรด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) เทคโนโลยีแบตเตอรี่ และระบบการผลิตสมัยใหม่
- หุ่นยนต์: หลักสูตรด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ระบบอัตโนมัติ และการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing)
- เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ: หลักสูตรด้านการประยุกต์ใช้ AI และ IoT ในภาคเกษตร เกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) และเทคโนโลยีชีวภาพ
- การแปรรูปอาหารที่มีมูลค่าเพิ่มสูง: หลักสูตรด้านนวัตกรรมอาหาร เทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร และบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ
- การแพทย์: หลักสูตรด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ นวัตกรรมชีวการแพทย์ และการวิเคราะห์ข้อมูล
ด้านสุขภาพ
- อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ: หลักสูตรด้านการวิเคราะห์วัสดุและนาโนขั้นสูง ระบบควบคุมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และอากาศยานไร้คนขับ
หนุนสตาร์ทอัพศักยภาพสูง
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติโครงการภายใต้มาตรการสนับสนุนสตาร์ทอัพศักยภาพสูงที่มีความพร้อมเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นโครงการของผู้ประกอบการไทยที่นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เป็น Deep Tech มาต่อยอดสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรม โดยมุ่งวิจัยและพัฒนา คาร์บอนควอนตัมดอท (Carbon Quantum Dots: CQDs)
ซึ่งเป็นวัสดุนาโนขั้นสูง ที่สามารถเพิ่มคุณสมบัติพิเศษให้กับวัสดุที่นำไปผสม เช่น เสริมความแข็งแกร่ง โดย CQDs ในโครงการจะผลิตจากเศษวัสดุเหลือทิ้งในภาคอุตสาหกรรมและการเกษตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรในประเทศ ลดการพึ่งพาวัสดุนำเข้าจากต่างประเทศ และยกระดับผลงานวิจัยของไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ทั้งยังสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน และวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมวัสดุขั้นสูงของประเทศในระยะยาว
สิ่งที่ดำเนินการวันนี้คือ การส่งเสริมการลงทุนในเรื่องที่เป็นอนาคตของประเทศ และการช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทย โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยทุกกลุ่มสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียวให้สอดคล้องกับกติกาการค้าใหม่ของโลก ควบคู่กับการเร่งพัฒนากำลังคนรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งในสาขา AI, เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, ยานยนต์ไฟฟ้า, หุ่นยนต์, อุตสาหกรรมชีวภาพ และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ เพื่อให้บุคลากรไทยสามารถเข้าถึงงานที่มีคุณค่าและสามารถสร้างรายได้สูงในอนาคต
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/661803&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DJG6YvKKOBn2VmA0AGtl6


