
จากประเด็นที่สังคมให้ความสนใจกรณีแนวคิดการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ออกมาสร้างความชัดเจนว่ามาตรการดังกล่าว
“เป็นเพียงแนวทางการรับฟังความเห็น” และอยู่ในขั้นตอนการศึกษาของกระทรวงการคลังเท่านั้น ยังไม่มีการสรุปว่าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อใด
ปัดฝุ่นกฎหมายปี 26 หวังดึงเงินกลับช่วยคนไทย
แนวคิดนี้อ้างอิงตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2526 ซึ่งประเทศไทยเคยมีการจัดเก็บมาแล้วในอดีตช่วงปี 2540
โดยนายสุรศักดิ์ ระบุถึงหลักการเบื้องต้นว่า “พูดง่ายๆ ว่าจัดเก็บคนที่ไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อมาช่วยคนไทยที่ไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ หรืออยากจะเที่ยวในประเทศไทยอยู่แล้ว จะได้รับการสนับสนุนจากตรงนั้น”
กระทรวงท่องเที่ยวฯ ประเมินว่าปัจจุบันมีคนไทยเดินทางออกนอกประเทศเฉลี่ยปีละ 10 ล้านคน หากจัดเก็บในอัตรา 1,000 บาท จะสามารถสร้างรายได้ให้รัฐได้ถึง 10,000 ล้านบาทต่อปี
ซึ่งเม็ดเงินส่วนนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำไปสนับสนุนโครงการ “เที่ยวคนละครึ่ง” จำนวน 10 ล้านสิทธิ์ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ
คลังย้ำต้องพิจารณาบริบทปัจจุบันอย่างรอบคอบ
ทางด้าน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าแม้จะมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว แต่การนำกลับมาใช้จำเป็นต้องพิจารณาในหลายมิติ โดยเฉพาะ “ข้อกฎหมายว่าการดำเนินการสามารถทำได้หรือไม่ และต้องพิจารณารายละเอียดการบังคับใช้ในบริบทปัจจุบันให้รอบคอบ”
รวมถึงต้องชั่งน้ำหนักผลกระทบต่อประชาชนและพฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป
มิติการยกเว้นและเสียงสะท้อนจากภาคเอกชน
นายสุรศักดิ์ ยืนยันว่าการจัดเก็บนี้จะไม่กระทบต่อทุกคน โดยจะมีการยกเว้นให้กับบางกลุ่ม เช่น “ไม่ใช่การจัดเก็บคนที่ไปเรียน หรือคนที่ไปทำงาน” รวมถึงกลุ่มทูต หรือผู้ถือวีซ่า Work Permit
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนอย่างสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ได้แสดงความกังวลและยื่นข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล โดยนายสุรศักดิ์กล่าวว่า “มีความกังวลว่าจะนำเงินที่ได้จากการจัดเก็บไปทำอะไร และใช้อย่างไร” ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าจะนำไปใช้เพื่อการท่องเที่ยวไทยตามข้อเสนอของสมาคมต่างๆ ที่อยากให้มีโครงการสนับสนุน เช่น เราเที่ยวด้วยกัน หรือทัวร์ทั่วไทย
ในขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า มาตรการนี้อาจส่งผลต่อกลุ่มนักเดินทางที่มีงบประมาณจำกัด หรือ “พฤติกรรมชายขอบ” รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจสายการบินและบริษัททัวร์ที่เน้นตลาดต่างประเทศ
ซึ่งประเด็นด้านความเหมาะสมเชิงหลักการภาษีและการยอมรับของสังคมยังคงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องรวบรวมข้อมูลเพื่อศึกษาต่อไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/741649&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KziXk5L9uCQdP_1b6T2Sx

