ชัชชาติ-ลั่น-‘ทีมกฎหมายดูอยู่’-ยืนมั่นๆ-รับผิดชอบกันเอาเอง-เอะใจ-‘พรรคเศรษฐกิจ’-ทำไมพูดช่วงหาเสียง?ชัชชาติ ลั่น ‘ทีมกฎหมายดูอยู่’ ยืนมั่นๆ รับผิดชอบกันเอาเอง เอะใจ ‘พรรคเศรษฐกิจ’ ทำไมพูดช่วงหาเสียง?

ชัชชาติ ‘ยืนมั่นๆ’ รับผิดชอบคำพูดกันเอาเอง เอะใจ ‘พรรคเศรษฐกิจ’ ทำไมพูดช่วงหาเสียง? ท้า ‘บอกชื่อมา-ไปแจ้งความได้เลย’ – งัดความผิดอาญา ให้ข้อมูลบิดเบือน ลั่น ‘ทีมกฎหมายผมดูอยู่’ – สยบข่าวลือ ไม่เคยตั้ง ‘สุรพล นิติไกรพจน์’ คุมกรุงเทพธนาคม-ม.นวมินทร์ฯ

จากกระแสข่าวที่มีการพาดพิงถึง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. (อิสระ) เบอร์ 9 ถึง ‘ระบอบอากง’ หรือ ‘2 เสี่ย’ ผู้อยู่เบื้องหลัง การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรม รวมถึงการตั้งข้อสังเกตถึงทีมผู้สมัคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จากบางกลุ่ม ว่ามีความเกี่ยวข้องเกี่ยวข้องเชื่อมโยงหรือไม่ โดยผู้ที่ออกมาเปิดประเด็นมีทั้ง นายคริส โปตระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช หรือ ‘บิ๊กหยม’ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ พรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 12, รวมถึงนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย นั้น

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่สยามสแควร์ ซอย 7 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายชัชชาติ ผู้สมัครผู้ว่าฯ เบอร์ 9 กล่าวชี้แจงภายหลังลงพื้นที่หาเสียงในช่วงหนึ่ง

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายคริส โปตระนันทน์ พรรคเศรษฐกิจ เตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยอ้างว่ามีการซื้อขายตำแหน่งระดับผู้อำนวยการเขต (ผอ.เขต) สูงถึง 4 ล้านบาทนั้น

นายชัชชาติกล่าวว่า ไม่กังวลต่อการแถลงข่าวที่จะมีขึ้น โดยขอให้นายคริสนำหลักฐานมาเปิดเผยให้เกิดความชัดเจน และมองว่า ตนเองก็คุ้นเคยกับทีมงานนี้เป็นอย่างดี และที่ผ่านมาในสภา กทม. ก็มีการพูดคุยกับสมาชิกบางคนตลอด ถึงขั้นเคยชวนตนเองไปร่วมทำทีมด้วยกัน

“เอาเลย เอาเลย แจ้งมาเลย แต่พูดก็ต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเองนะ ถ้ามีหลักฐานจริง ผมไม่รอดมาถึงปัจจุบันนี้หรอก ถ้าเกิดมีข้อมูลชัดเจนก็ขอให้ไปแจ้ง ป.ป.ช. เลย อย่ามาแต่พูดอย่างเดียว” ชัชชาติกล่าว

ตนก็ไม่รู้ข้อมูลที่กล่าวหา ถ้าหากท่านรู้ก็ชี้แจง แต่ก็ต้องรับผิดชอบ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการเลือกตั้ง

การให้ข้อมูลที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ผู้สมัคร มีผลความผิดทางอาญา ฉะนั้น ใครพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ซึ่งผมก็ให้ทีมกฎหมายคอยดูอยู่แล้ว ว่ามีข้อมูลไหนหรือไม่

แต่คุณคริสก็เจอกันบ่อย ไม่เคยพูดเลย ผมเจอตลอด ท่านสมาชิกในทีมของเขา (พล.ต.ท.ชาญเทพ) ก็เคยเจอกัน อยู่ในสภา ก็คุยกัน ไม่เคยพูดเรื่องนี้เลย ทำไมต้องมาพูดตอนนี้ ผมเชื่อว่าน่าจะมีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงหรือเปล่า? ก็แล้วแต่ แต่เราไม่ได้กลัวนะ มีอะไรก็ขอแค่บอกเลย

มีคนที่ไปรับเงินแล้วแอบอ้างชื่อผม ถ้ามีก็บอกชื่อมาเลย จะได้ไปจัดการให้ถูกต้อง” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ขอให้ชัดเจนและรับผิดชอบคำพูดของตนเองด้วย ในส่วนของนายคริสนั้น ตนก็ไม่มีอะไร เจอกันก่อนช่วงเลือกตั้งก็ยังทักทายกัน แต่ไม่เห็นพูดเรื่องนี้ ทำไมอยู่ดีๆ ถึงมาพูดเรื่องนี้ หรือว่ามีข้อมูลอะไร ไม่มีปัญหา เราอยู่ตรงนี้เราต้องยืนรับการตรวจสอบอยู่แล้ว ก็ไม่ได้กลัวอะไร

เมื่อถามถึงมุมมอง การดิสเครกิต ในทางการเมือง?

นายชัชชาติเผยว่า ต้องเอาความจริงมาพูดกัน ถ้ามีข้อมูลเข้ามาแล้วเป็นจริง ก็ต้องเอาผิดคนที่รับผลประโยชน์ มีคนไปแอบอ้างชื่อตน หรือว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่

“เราทำงานจะไปรับเงินในการแต่งตั้งได้อย่างไร เพราะสุดท้ายเราไม่มีทางดีกว่าทีมงานเราได้ ถ้าเราตั้งทีมงานที่ทุจริต ที่ซื้อตำแหน่งเข้ามา แล้วเราจะได้ผลงานได้อย่างไร เพราะเจ้านายเราคือประชาชน ถ้าพวกนี้เข้ามาแล้วทุจริตมันก็ต้องไปทุจริตต่อ สุดท้ายแล้วนโยบายเราก็ไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างแน่นอน ถ้างั้นผมว่ามันไม่มีเหตุผลเลยที่จะไปทำอย่างนี้ อนาคตเราไม่ได้มีแค่นี้ยังอีกตั้งไกล

แต่ก็แล้วแต่คุณคริส ถ้ามั่นใจผมว่าก็แถลงมา ผมว่าถ้ามีข้อมูลก็แจ้งความจับไปเลย บอกได้เลยเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เราพูดตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว นายชัชชาติเผย

เมื่อถามถึง ‘ระบอบอากง’ ที่อยู่หลังบ้านนายชัชชาติ ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกโจมตีนั้น มีจริงหรือไม่

นายชัชชาติเปิดเผยว่า มองว่าระบอบอากงไม่มีอยู่จริง เป็นคำที่แต่งตั้งขึ้นมา เป็นแนวทางปฏิบัติของเราทีมงาน ทุกอย่างตนต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว

“ระบอบอากง คำที่คิดสร้างสรรค์ขึ้นมา ผมว่าจริงๆ แล้ว ท่านต่อศักดิ์เอง (ต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ) ก็เจอสมาชิกของทางพรรคนี้ตลอด ก็คุยกันตลอดไม่เห็นมีปัญหาอะไร แต่พอใกล้เลือกตั้ง เหมือนเกิดมีปัญหาขึ้นมา

ผมยินดีให้รับการตรวจสอบ เรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย นโยบายเราคือ ต้องเอาคนที่เก่ง ที่มีความสามารถ ซึ่งผลงานที่สะท้อนออกมา ก็คือผลงานของทีมของเจ้าหน้าที่ที่เราแต่งตั้งขึ้นมา นั่นคือสิ่งที่สำคัญ ยินดียอมรับการตรวจสอบ ทุกอย่าง ได้ทุกคน ไม่มีปัญหา” นายชัชชาติกล่าว

มองว่าเมื่อเกิดกรณีนี้จะทำให้เกิดปัญหารุนแรงขึ้น จนส่งผลต่อการได้รับเลือกหรือไม่?

นายชัชชาติกล่าวว่า ไม่เป็นไรหรอก เราก็ยืนของเรามั่นๆ เราก็เป็นมา 4 ปี

“ผมก็ยังบอกกับทีมงานว่าในช่วงสุดท้ายอาจจะมีพวกนี้ออกมาเยอะ จริงๆ ถ้ามีเหตุแบบนี้ก็ควรจะพูดมาก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้ว เราก็ยืนนิ่งๆ เพราะเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่ได้กังวลด้วย ถ้ามีอะไรก็ชี้แจงมา ถ้าเป็นข้อเท็จจริงก็จะได้ไปดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง”

เมื่อถามว่าหลังจากลงพื้นที่มีเสียงประชาชนสะท้อนปัญหามากมาย รวมถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำไม ตลอด 4 ปีไม่มีปัญหา แต่ตอนลงพื้นที่ปัญหาเยอะจัง?

นายชัชชาติกล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าปัญหากรุงเทพฯไม่มีที่สิ้นสุด มีวันไหนที่ปัญหากรุงเทพฯจะหมดไป เพราะเมืองมีคน 10 ล้านคน ปัญหามีทุกหย่อมหญ้า

“นั่นแหละคือสาเหตุที่ว่าลงไปพื้นที่ถึงเจอปัญหา ดังนั้น คนที่มีปัญหาเราก็ยินดีรับฟัง ให้คนจน เกิดมีโอกาสกลับมา ก็จะพัฒนา ดังนั้นผมบอกเลยว่าคนที่จะแก้ปัญหากรุงเทพฯให้หมด 100% เป็นไปไม่ได้หรอก มันยังมีปัญหาอยู่ตลอด นั่นหน้าที่เราคือต้อง ‘ทำงาน ทำงาน ทำงาน’ ต่อไป

คนที่ชมเราก็มีนะ โห ชีวิตเขาดีขึ้น ผมว่าหลายๆ อย่าง มีคนบอกว่าทีมงานเราประชาสัมพันธ์ไม่เก่ง ผมบอกไม่ต้องประชาสัมพันธ์หรอก ดีที่สุดคือให้ประชาชนรู้สึกว่าชีวิตเขาดีขึ้น” นายชัชชาติเผย

นอกจากนี้ นายชัชชาติ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความชัดเจน หลังมีกระแสอ้างว่าตนเป็นผู้แต่งตั้ง ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (KT.) ว่า ตนเองไม่เคยแต่งตั้ง และไม่เคยตั้งอาจารย์สุรพลเป็นตำแหน่งอะไรเลย

“มีเพียงการแต่งตั้งอาจารย์ธงทอง จันทรางศุ เป็นประธานบอร์ด KT เพราะท่านเป็นนักกฎหมายที่มีคุณภาพ เช่นเดียวกับ ตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชของอาจารย์สุรพล ก็เป็นการแต่งตั้งในสมัยอื่น ก่อนที่ตนเองจะเข้ามาบริหารงาน” นายชัชชาติเผย

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.matichon.co.th/politics/bkk-election69/news_5745711&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lrfOBdKJSllSZJy4aes4i