โดรนยูเครนบุกโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและทหารในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ส่งผลให้คลังน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซียและฐานทัพเรือเกิดไฟไหม้ ท่ามกลางการเปิดฉากงานประชุมเศรษฐกิจระดับโลก SPIEF ที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน มีกำหนดเข้าร่วม
ทางการรัสเซียและยูเครนเปิดเผยว่า เกิดเหตุฝูงโดรนของกองทัพยูเครนบุกโจมตีเป้าหมายทางทหารและพลังงานในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ทางตอนเหนือของรัสเซียอย่างหนักในช่วงเช้ามืดของวันพุธ (3 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดฉากงานประชุมเศรษฐกิจระดับนานาชาติเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (SPIEF)
รายงานระบุว่า แรงระเบิดส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่คลังน้ำมัน “เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ออยล์ เทอร์มินอล” ซึ่งเป็นศูนย์บริหารจัดการน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย นอกจากนี้ โดรนส่วนหนึ่งยังพุ่งเป้าโจมตีฐานทัพเรือโครนสตัดท์ ที่ตั้งอยู่ในเมืองเดียวกันอีกด้วย
เหตุโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่แขก 20,000 คนจาก 130 ประเทศทั่วโลกที่เดินทางมาร่วมงานประชุมเศรษฐกิจ 3 วัน ซึ่งในอดีตเคยเป็นเวทีหลักที่รัสเซียใช้ในการดึงดูดนักลงทุนตะวันตก โดยเซอร์ฮีย์ สเตอร์เนนโก ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยูเครน ได้โพสต์คลิปวิดีโอภาพของผู้ร่วมงานกำลังเดินเข้าสู่อาคารจัดงาน โดยมีฉากหลังเป็นกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมระบุว่า “ฟอรัมเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเปิดฉากได้อย่างสวยงามด้วยกลุ่มควันดำจากการโจมตีของยูเครน”
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ออกมายอมรับและยืนยันถึงผลสำเร็จของปฏิบัติการดังกล่าว พร้อมเผยแพร่ภาพวิดีโอคลังน้ำมันที่กำลังถูกไฟลุกไหม้อย่างหนักผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่า “แผนการคว่ำบาตรระยะไกลของยูเครนกำลังถูกนำมาใช้และดำเนินไปอย่างถูกต้องตามที่จำเป็น เพื่อนำพาความสงบสุขให้ขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น”
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนระบุเสริมว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อขัดขวางและลดความน่าเชื่อถือของงานประชุมทางเศรษฐกิจดังกล่าว ซึ่งประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย มีกำหนดการที่จะเดินทางมาร่วมงานและขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ครั้งสำคัญในวันศุกร์นี้ด้วย
ด้านนายอเล็กซานเดอร์ เบกลอฟ ผู้ว่าการเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ยอมรับว่ามีโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่งได้รับความเสียหายจริง แต่ยืนยันว่าไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ขณะที่ นายอเล็กซานเดอร์ โดรซเดนโก ผู้ว่าการภูมิภาคเลนินกราด รายงานว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดโดรนตกในพื้นที่ได้ถึง 50 ลำ อย่างไรก็ตาม เหตุโจมตีที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบให้ท่าอากาศยานปูลโกโว ซึ่งเป็นสนามบินหลักของเมืองต้องสั่งปิดให้บริการชั่วคราวนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้เที่ยวบินขาออกมากกว่า 20 เที่ยวบินต้องดีเลย์หรือถูกยกเลิก
ปฏิบัติการล้างแค้นของยูเครนในครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่กองทัพรัสเซียระดมยิงขีปนาวุธและโดรนถล่มยูเครนครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 23 ศพทั่วประเทศ
นอกจากเหตุโจมตีในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแล้ว มีรายงานเพิ่มเติมจากช่องทางทวิตเตอร์และเทเลแกรมในรัสเซียว่า ในคืนวันที่ 2-3 มิ.ย. โรงงานโปรเกรส ในเมืองมิชูรินสค์ เขตตัมบอฟ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตอุปกรณ์สำหรับระบบควบคุมเครื่องบินและขีปนาวุธของกองทัพรัสเซีย ก็ตกเป็นเป้าหมายและถูกโดรนโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้เช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการโจมตีระยะไกลของยูเครนที่สามารถรุกคืบเข้าสู่ส่วนลึกของแผ่นดินรัสเซียได้อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน.
ที่มา Euronews / Ukrainska Pravda
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2937149&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3x7tID0NX0j2_dsC9lDqL7

