top10-บจ-ไทยกำไรไตรมาส-2/69-มากสุด!-หนุนกำไรรวมพุ่ง-22%-ตลท.-ชี้-สัญญาณเศรษฐกิจโตดีTOP10 บจ. ไทยกำไรไตรมาส 2/69 มากสุด! หนุนกำไรรวมพุ่ง 22% ตลท. ชี้ สัญญาณเศรษฐกิจโตดี

ฤดูกาลประกาศงบการเงินไตรมาส 2/2569 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยผ่านพ้นไปแล้วอย่างคึกคัก และภาพรวมที่ออกมาพบว่า บจ. ไทยส่วนใหญ่สามารถทำกำไรเติบโตได้ต่อเนื่อง สวนทางกับความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน

โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่กลับมาโดดเด่นอย่างชัดเจน หลังราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องหนุนให้ธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีพลิกกลับมาทำกำไรได้ในรอบหลายไตรมาส

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) มีกำไรสุทธิรวมในครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นถึง 22.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สะท้อนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังเดินหน้าต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงหนุนจากภาคธุรกิจที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคาร กลุ่มสื่อสาร ไปจนถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างและปิโตรเคมี 

Thairath Money ได้รวบรวม 10 บริษัทจดทะเบียนที่ทำกำไรสุทธิสูงสุดในไตรมาส 2/2569 มาสรุปให้เห็นภาพรวมผลประกอบการที่โดดเด่นในไตรมาสนี้

เปิดชื่อ TOP10 บจ. กำไรสุทธิสูงสุด ไตรมาส 2/2569

1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น PTT ผู้ประกอบธุรกิจพลังงานครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 52,524.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143.93% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 21,532.88 ล้านบาท

ปัจจัยหนุนหลักมาจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นทั้งธุรกิจก๊าซ ธุรกิจสำรวจและผลิต รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

2. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น PTTEP บริษัทในเครือ ปตท. ที่ดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้งในและต่างประเทศ กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 27,197.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.23% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13,515.26 ล้านบาท

โดยได้รับแรงหนุนหลักมาจากปริมาณขายปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นและราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ

3. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น ADVANC ผู้ให้บริการโทรคมนาคมและดิจิทัลรายใหญ่ของไทยภายใต้แบรนด์ AIS ครอบคลุมบริการมือถือ อินเทอร์เน็ตบ้าน และบริการดิจิทัลสำหรับองค์กร กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 13,716.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.90% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10,981.89 ล้านบาท

ได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจหลัก ต้นทุนคลื่นความถี่และค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์โครงข่ายที่ลดลง ควบคู่กับการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย

4. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น KBANK  ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของไทย ให้บริการทางการเงินครบวงจรทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจ กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 13,247.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.08% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 12,488.19 ล้านบาท

แม้ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) จะปรับลดลงตามทิศทางดอกเบี้ยขาลง แต่สินเชื่อขยายตัวและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพช่วยหนุนผลกำไร

5. บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น GULF ผู้ประกอบธุรกิจพลังงานรายใหญ่ กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 12,445.68 ล้านบาท ลดลง 80.51% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 63,871.48 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาส 2/2568 มีการบันทึกกำไรพิเศษจากการควบรวมกิจการกับ INTUCH มูลค่ากว่า 56,120 ล้านบาท

หากพิจารณาเฉพาะกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 12,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 74% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่ จากรายได้รวม 50,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากการเติบโตของธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่เพิ่มขึ้น

6. บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น BCP ผู้ประกอบธุรกิจโรงกลั่นและจำหน่ายน้ำมัน รวมถึงธุรกิจพลังงานสะอาด โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 12,239.36 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 2,560.10 ล้านบาท

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการกลับรายการผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Hedging) และการเริ่มรับรู้ผลกำไรจากธุรกิจ SAF เชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก

7. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น PTTGC ผู้ประกอบธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นครบวงจรรายใหญ่ของไทย ในเครือ ปตท. กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 12,208.35 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 3,616.14 ล้านบาท

แรงหนุนหลักมาจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ จากอุปทานผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ตึงตัว รวมถึงกำไรจากสต๊อกน้ำมันและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน

8. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น KTB ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของไทย ให้บริการทางการเงินครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 12,125.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.02% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 11,122.00 ล้านบาท

โดยสินเชื่อรวมขยายตัว 5.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หนุนโดยสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อภาครัฐ และรักษาระดับ ROE ได้ต่อเนื่องที่ 10.5% จากธุรกิจ Wealth และตลาดเงินตลาดทุนที่เติบโต ควบคู่กับการบริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างรอบคอบ

9. บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC กลุ่มธุรกิจปูนซิเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจเคมิคอลส์ และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ภายใต้เครือเอสซีจี กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 11,534.56 ล้านบาท ลดลง 33.47% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 17,337.29 ล้านบาท จากฐานปีก่อนมีรายการพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจจำนวนมาก

10. บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB บริษัทโฮลดิ้งของกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ ครอบคลุมธุรกิจธนาคาร บริการทางการเงินดิจิทัล และธุรกิจแพลตฟอร์มเทคโนโลยี กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 11,116.70 ล้านบาท ลดลง 13.06% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 12,786.07 ล้านบาท

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 10.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากแรงกดดันของ NIM หลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 14.8% จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโต

ตลท. ชี้ บจ. ไทย กำไรโต 22% เศรษฐกิจขยายตัวหนุนทุกหมวดธุรกิจ

สรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนจำนวน 800 บริษัท คิดเป็น 95% จากทั้งหมด 839 บริษัทที่มีกำหนดส่งงบการเงิน ณ สิ้นงวด 30 มิถุนายน 2569 ได้นำส่งผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 แล้ว

โดยพบว่ามี บจ. ที่รายงานกำไรสุทธิถึง 592 บริษัท หรือคิดเป็น 74% ของ บจ. ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด สะท้อนว่าภาพรวมผลประกอบการของตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในทิศทางบวก

ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ บจ. ฟื้นตัวในเกือบทุกหมวดธุรกิจ ส่งผลบวกต่อผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย บจ. ใน SET

  • ยอดขายรวม 8,752,978 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • กำไรจากการดำเนินงาน (core profit) 952,560 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 64.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • กำไรสุทธิรวม 765,969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (core profit margin) อยู่ที่ 10.9% สูงขึ้นจาก 7.1% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านฐานะการเงินก็แข็งแกร่งขึ้น โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 1.28 เท่า ลดลงจาก 1.30 เท่า ในไตรมาส 2/2568

สรวิศ กล่าวว่า เศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาส 2/2569 ส่งผลให้ผลประกอบการของ บจ. โดยรวมในครึ่งแรกของปี 2569 เติบโตในเกือบทุกหมวดธุรกิจ โดยหมวดปิโตรเคมีภัณฑ์มีผลการดำเนินงานและอัตรากำไรสูงขึ้นอย่างชัดเจน

ขณะที่กลุ่มธุรกิจทั่วไปก็เติบโตเช่นกัน ทั้งกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มเทคโนโลยีและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตตามการขยายตัวด้านดิจิทัล รวมถึงกลุ่มธุรกิจบริการที่เติบโตตามการท่องเที่ยวและการอุปโภคบริโภค

อย่างไรก็ดี กลุ่มธนาคารพาณิชย์ได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง ส่วนกลุ่มอาหารและสินค้าเกษตรยังเผชิญปัญหาราคาสินค้าที่ลดต่ำลง

ทางด้าน บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ก็รายงานผลการดำเนินงานที่เติบโตเช่นกัน โดยงวดครึ่งแรกของปี 2569 มียอดขายรวม 108,868 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% มีกำไรจากการดำเนินงาน 8,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5%

และมีกำไรสุทธิรวม 4,774 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตอกย้ำว่าโมเมนตัมการเติบโตของกำไร บจ. ไทยในปีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หุ้นขนาดใหญ่ แต่กระจายตัวไปทั่วทั้งตลาดหุ้นไทย

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/investment/stocks/2955817&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vF2doWjlv-sWAYf0VFOEj