วิกฤตซูดานกับผลกระทบต่อการค้าและเศรษฐกิจโลกวิกฤตซูดานกับผลกระทบต่อการค้าและเศรษฐกิจโลก

วิกฤตซูดานกับผลกระทบต่อการค้าและเศรษฐกิจโลก

แม้ว่าข่าวจากซูดานในช่วงหลายปีที่ผ่านมามักถูกนำเสนอในมิติด้านมนุษยธรรมและความขัดแย้งทางทหาร แต่รายงานล่าสุดขององค์การสหประชาชาติในเดือนพฤษภาคมและต้นเดือนมิถุนายน 2569 ชี้ให้เห็นว่า ซูดานกำลังกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างสงคราม ทรัพยากรธรรมชาติ และการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในด้านทองคำ เกษตรกรรม และห่วงโซ่อุปทานอาหาร ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

ข้อมูลล่าสุดจากองค์การสหประชาชาติ (UN) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และโครงการอาหารโลก (WFP) ระบุว่า ปัจจุบัน ประชากรซูดานเกือบ 19.5 ล้านคน หรือประมาณ 40% ของประชากรทั้งประเทศ กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอาหารในระดับวิกฤต ขณะที่ประชาชนกว่า 135,000 คนอยู่ในภาวะอดอยากขั้นรุนแรง และเด็กมากกว่า 825,000 คนมีความเสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการรุนแรง สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในวิกฤตความมั่นคงทางอาหารที่ร้ายแรงที่สุดของโลกในปัจจุบัน โดยสาเหตุสำคัญมาจากสงครามกลางเมืองที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2566 ระหว่างกองทัพซูดานและกองกำลัง RSF ซึ่งทำให้ประชาชนหลายล้านคนต้องอพยพออกจากพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญ ระบบขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานถูกทำลาย เส้นทางลำเลียงสินค้าและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมถูกตัดขาด ส่งผลให้การผลิตอาหารภายในประเทศลดลงอย่างมาก และการค้าภายในประเทศหยุดชะงักในหลายพื้นที่ 

นอกจากผลกระทบด้านมนุษยธรรมแล้ว ซูดานยังมีความสำคัญในฐานะแหล่งผลิตทองคำ รายใหญ่ของแอฟริกา รายได้จากการส่งออกทองคำกลายเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญของกลุ่มติดอาวุธและเครือข่ายทางการเมืองต่าง ๆ นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า การควบคุมเหมืองทองคำและเส้นทางการส่งออกมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการยึดครองพื้นที่ทางทหาร ทำให้สงครามในซูดานมีลักษณะเป็น สงครามเพื่อทรัพยากร” มากขึ้นตามลำดับ รายได้จากทองคำช่วยหล่อเลี้ยงความขัดแย้งและยืดระยะเวลาของสงครามออกไป ขณะที่เครือข่ายการค้าทองคำยังเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศในตะวันออกกลางและภูมิภาคอื่น ๆ 

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์ทวีความซับซ้อนยิ่งขึ้นจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลก ราคาน้ำมันและปุ๋ยที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลโดยตรงต่อเกษตรกรซูดาน ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เกษตรกรจำนวนมากรายงานว่าต้องลดพื้นที่เพาะปลูกหรือชะลอการผลิต เนื่องจากต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ผลผลิตสำคัญ เช่น ข้าวฟ่าง งา และพืชอาหารหลักอื่น ๆ มีแนวโน้มลดลงอีกในฤดูกาลเพาะปลูกถัดไป

นักวิเคราะห์ด้านการค้าและโลจิสติกส์มองว่า กรณีของซูดานกำลังสะท้อนแนวโน้มใหม่ของเศรษฐกิจโลก กล่าวคือ ความขัดแย้งในประเทศหนึ่งสามารถส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร สินค้าโภคภัณฑ์ และตลาดพลังงานในวงกว้างได้มากกว่าที่เคยเป็นมา นอกจากนี้ ความไม่มั่นคงในซูดานยังอาจส่งผลต่อเส้นทางการค้าสำคัญในภูมิภาคทะเลแดง ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญที่สุดของโลกอีกด้วย 

โดยสรุป ข่าวจากซูดานไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสงครามหรือวิกฤตมนุษยธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศ การควบคุมทรัพยากรธรรมชาติ และผลกระทบต่อการค้าโลกในยุคที่ทุกประเทศเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งมากขึ้น วิกฤตในซูดานจึงเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานโลก และความสัมพันธ์ระหว่างความมั่นคงทางการเมืองกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 21 

ข้อสังเกตุ/ข้อเสนอแนะ

  • สถานการณ์ในซูดานแม้จะถูกมองว่าเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรมเป็นหลัก แต่หากพิจารณาในมิติการค้าระหว่างประเทศ จะพบว่าซูดานเป็นตัวอย่างสำคัญของผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อความไม่มั่นคงทางการเมืองและความขัดแย้งทางทหารเข้ามาทำลายระบบเศรษฐกิจและการค้าของประเทศอย่างรุนแรง สงครามกลางเมืองที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2566 ส่งผลให้การผลิตสินค้าเกษตร การขนส่ง และการส่งออกสินค้าหลายประเภทหยุดชะงัก ขณะที่ประชากรจำนวนมากต้องอพยพออกจากพื้นที่เพาะปลูก ส่งผลให้ซูดานซึ่งเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพด้านเกษตรกรรมสูงที่สุดของแอฟริกา ไม่สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ วิกฤตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผลิตสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับเสถียรภาพทางการเมือง ความมั่นคงภายในประเทศ และความสามารถในการรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานอีกด้วย

  • ในภาพรวมของการค้าโลก กรณีซูดานสะท้อนแนวโน้มที่นักลงทุนและบริษัทข้ามชาติให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น ประเทศที่มีความไม่แน่นอนสูง แม้จะมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ก็อาจไม่สามารถดึงดูดการลงทุนได้ ในทางกลับกัน ประเทศที่มีเสถียรภาพและสามารถรักษาความต่อเนื่องของการผลิตและการส่งมอบสินค้าได้ จะได้รับความสนใจมากกว่า ซูดานยังเป็นตัวอย่างของการที่ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทองคำ สามารถกลายเป็นปัจจัยที่ยืดเยื้อความขัดแย้งได้ เนื่องจากรายได้จากการค้าทรัพยากรถูกนำมาใช้สนับสนุนการดำเนินการของกลุ่มติดอาวุธ ส่งผลให้เศรษฐกิจประเทศติดอยู่ในวงจรของความรุนแรงและการพึ่งพาทรัพยากรแทนที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม

  • ในส่วนของประเทศไทย ผลกระทบโดยตรงจากซูดานยังมีไม่มากนัก เนื่องจากมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับคู่ค้าหลักของไทย อย่างไรก็ตาม ซูดานให้บทเรียนสำคัญแก่ไทยในฐานะประเทศที่พึ่งพาการส่งออกและห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศอย่างมาก กล่าวคือ ความมั่นคงทางการเมืองและความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระยะยาว ประเทศไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน การกระจายตลาดส่งออก และการติดตามความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลกอย่างใกล้ชิด

  • แม้ในระยะสั้น ซูดานจะยังไม่ใช่ตลาดที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนหรือการขยายการค้า แต่ในระยะยาว หากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย ประเทศจะมีศักยภาพสูงในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นสาขาที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการไทยอาจมีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการฟื้นฟูประเทศผ่านการส่งออกเครื่องจักรกลการเกษตร เทคโนโลยีด้านชลประทาน วัสดุก่อสร้าง และบริการด้านวิศวกรรม อย่างไรก็ตาม โอกาสดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อซูดานสามารถสร้างเสถียรภาพทางการเมืองและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนระหว่างประเทศได้ก่อน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี ดังนั้น ในเชิงยุทธศาสตร์ ซูดานจึงควรถูกมองเป็นกรณีศึกษาของความเสี่ยงทางการค้าและการลงทุน มากกว่าจะเป็นตลาดเป้าหมายทางเศรษฐกิจของไทยในระยะใกล้ แต่ยังเป็นประเทศที่ควรติดตามอย่างต่อเนื่องในมุมมองระยะยาวของการพัฒนาเศรษฐกิจแอฟริกาและการฟื้นฟูหลังความขัดแย้ง

———————————

แหล่งที่มา

  1. รูปภาพจาก BBC

  2. United Nations Geneva – Sudan Hunger Crisis Deepens

  3. World Food Programme / FAO / UNICEF Joint Release

  4. Reuters – Almost 20 million people in Sudan still face acute hunger 

  5. Reuters – Iran war poses new threat to harvests in hunger-stricken Sudan 

  6. AP News – Over 40% of Sudan’s population face high levels of acute food insecurity 

  7. Le Monde – Sudan faces the world’s worst humanitarian crisis

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/ola7g99zgwhdub1sgajnumka&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06PCOGzAsvEFH_6gWiTKce