โมร็อกโกก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและธุรกิจของแอฟริกาเหนือโมร็อกโกก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและธุรกิจของแอฟริกาเหนือ

โมร็อกโกก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและธุรกิจของแอฟริกาเหนือ

image.png

รายงานการจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในแอฟริกาเหนือประจำปี 2569 ได้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญของภูมิภาค โดยเฉพาะการก้าวขึ้นมาของโมร็อกโกในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของแอฟริกาเหนือ  ปัจจุบัน บริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด อันดับแรกของภูมิภาค มีถึง 8 บริษัทที่เป็นบริษัทสัญชาติโมร็อกโก และในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่สุด 20 อันดับแรกของทวีปแอฟริกา มีบริษัทจากโมร็อกโกมากถึง 11 แห่ง ขณะที่บริษัทจากอียิปต์กลับมีบทบาทลดลงอย่างเห็นได้ชัด 

African Business วิเคราะห์ว่า ความสำเร็จดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจากภาคธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาวของรัฐบาลโมร็อกโกที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงประเทศเข้ากับห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Value Chains) การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น ยานยนต์ อากาศยาน พลังงานหมุนเวียน เหมืองแร่ และบริการทางการเงิน ส่งผลให้โมร็อกโกมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค

บริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในภูมิภาคยังคงเป็นธนาคาร Attijariwafa Bank ซึ่งมีมูลค่าตลาดประมาณ 15.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของภาคการเงินโมร็อกโกที่สามารถขยายธุรกิจไปยังหลายประเทศในแอฟริกาได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทเหมืองแร่ Managem กลายเป็นดาวเด่นของปีนี้ โดยมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นจาก 6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 10.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาหนึ่งปี ปัจจัยสำคัญมาจากราคาทองคำและเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการเริ่มดำเนินการโครงการเหมืองทองแดงและทองคำใหม่ทั้งในโมร็อกโกและเซเนกัล ตลอดจนการขยายธุรกิจสู่แร่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เช่น โคบอลต์ ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นทั่วโลก 

นอกจากนี้ โมร็อกโกกำลังเปลี่ยนบทบาทจากประเทศผู้ส่งออกวัตถุดิบ ไปสู่ฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยมีการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างล่าสุดคือการที่บริษัท Stellantis เปิดศูนย์รีไซเคิลและรื้อถอนยานยนต์แห่งแรกของภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาในโมร็อกโก สะท้อนให้เห็นว่าประเทศกำลังพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเพิ่มบทบาทในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

ในมิติทางภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจ โมร็อกโกได้รับประโยชน์จากตำแหน่งที่ตั้งซึ่งเชื่อมยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลางเข้าด้วยกัน บริษัทข้ามชาติจำนวนมากเลือกใช้โมร็อกโกเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปยังยุโรป ขณะเดียวกันก็ใช้เป็นประตูเข้าสู่ตลาดแอฟริกาที่กำลังเติบโต ส่งผลให้ประเทศได้รับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และสามารถสร้างงานในภาคอุตสาหกรรมสมัยใหม่ได้เป็นจำนวนมาก 

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จทางเศรษฐกิจของโมร็อกโกยังคงเผชิญกับความท้าทายสำคัญว่า จะสามารถกระจายผลประโยชน์ไปสู่ประชาชนในวงกว้างได้มากเพียงใด เนื่องจากยังมีความเหลื่อมล้ำทางรายได้และความท้าทายด้านการจ้างงานในบางพื้นที่ แม้ตัวเลขเศรษฐกิจและการลงทุนจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งก็ตาม แต่โดยรวมแล้ว แนวโน้มล่าสุดสะท้อนว่าโมร็อกโกกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางธุรกิจ อุตสาหกรรมและการเงินที่สำคัญของแอฟริกาเหนือ และอาจเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุดของทวีปแอฟริกาเหนือในอนาคตอันใกล้

ข้อสังเกตุ/ความเห็น

  • การที่บริษัทสัญชาติโมร็อกโกครองสัดส่วนบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่สุดในแอฟริกาเหนือ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกที่สำคัญ กล่าวคือ โมร็อกโกกำลังกลายเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์จากกระแสการปรับห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain Reconfiguration) ซึ่งเกิดขึ้นหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ตลอดจนสงครามในยุโรป นักลงทุนและบริษัทข้ามชาติจำนวนมากเริ่มมองหาฐานการผลิตแห่งใหม่ที่มีเสถียรภาพทางการเมือง อยู่ใกล้ตลาดผู้บริโภค และสามารถเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจมองได้ว่า โมร็อกโกตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจนจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ซึ่งอยู่ใกล้ยุโรป มีข้อตกลงการค้าเสรีกับหลายประเทศ และมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะท่าเรือ ระบบโลจิสติกส์ และนิคมอุตสาหกรรม ส่งผลให้โมร็อกโกไม่ได้เป็นเพียงตลาดในแอฟริกาเหนืออีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกที่เชื่อมยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลางเข้าด้วยกัน

  • ในมิติการค้าระหว่างประเทศ การเติบโตของโมร็อกโกสะท้อนแนวโน้มใหม่ที่ประเทศกำลังพัฒนาสามารถยกระดับบทบาทจากผู้ส่งออกวัตถุดิบไปสู่การเป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงได้ หากมีนโยบายที่ต่อเนื่องและสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้สำเร็จ ปัจจุบันโมร็อกโกมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ อากาศยาน พลังงานหมุนเวียน และแร่สำคัญสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ทำให้ประเทศกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักลงทุนจากยุโรป จีน และกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ความสำเร็จดังกล่าวยังสะท้อนว่าการแข่งขันทางเศรษฐกิจในอนาคตจะไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนแรงงานเพียงอย่างเดียว แต่จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการเชื่อมต่อกับตลาดโลก ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว

  • สำหรับประเทศไทย การเติบโตของโมร็อกโกถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย ในด้านโอกาส โมร็อกโกสามารถเป็นประตูสำคัญในการขยายการค้าของไทยเข้าสู่แอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีประชากรรวมกันหลายร้อยล้านคนและมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้โมร็อกโกเป็นฐานกระจายสินค้า เช่น อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์ฮาลาล ยางรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ การที่โมร็อกโกกำลังพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ และไฮโดรเจนสีเขียว ยังเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยที่มีศักยภาพด้านชิ้นส่วนอุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้าง และบริการด้านวิศวกรรม เข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้น

  • อย่างไรก็ตาม โมร็อกโกในอีกด้านหนึ่งก็อาจกลายเป็นคู่แข่งของไทยในบางอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในตลาดยุโรป เนื่องจากโมร็อกโกมีข้อได้เปรียบด้านระยะทางและข้อตกลงทางการค้า ทำให้สามารถส่งสินค้าเข้าสู่ยุโรปได้รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำกว่าไทย ในระยะยาว ไทยจึงจำเป็นต้องพัฒนาความสามารถในการแข่งขันผ่านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า มากกว่าการแข่งขันด้านต้นทุนเพียงอย่างเดียว หากไทยสามารถสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับโมร็อกโกได้อย่างเป็นระบบ โมร็อกโกอาจกลายเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยให้ไทยขยายบทบาททางการค้าในทวีปแอฟริกาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

—————————————–

แหล่งที่มา

  1. รูปภาพ  https://www.atalayar.com/en/articulo/economy-and-business/morocco-launches-the-2024-2025-support-programme-for-exporters/20231011112554192210.html

  2. African Business – Top Companies in North Africa 2026: Morocco in the Driving Seat 

  3. AfricanCEO – Morocco Leads North African Corporate Rankings 

  4. Africa.com – Moroccan Firms Dominate North African Ranking 

  5. Reuters – Stellantis opens first Middle East and Africa vehicle dismantling centre in Morocco 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/q18icr802wv40y95hmshyb5n&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3026JCfRVhN8VFSziAapGp