
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านเทคโนโลยีควอนตัม โดย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคุณอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเปิดโอกาสให้นิสิต นักวิจัย และนักพัฒนาของไทย ได้เข้าถึงระบบนิเวศควอนตัมระดับโลกของ IBM นำไปสู่การพัฒนากำลังคนและองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์อนาคตของประเทศ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ณ ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์
ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า เทคโนโลยีควอนตัมไม่ใช่พรมแดนที่ห่างไกลอีกต่อไป แต่กำลังเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วจากห้องปฏิบัติการวิจัยเข้าสู่การใช้งานจริงในภาคการเงิน การแพทย์ โลจิสติกส์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ วัสดุขั้นสูง และอีกหลายภาคส่วน ประเทศไทยจะต้องเป็นหนึ่งในประเทศที่เตรียมความพร้อมให้กับบุคลากร สถาบันวิจัย และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจโลกในยุคถัดไป

อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ความร่วมมือกับ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ในครั้งนี้ นิสิต นักวิจัย และนักนวัตกรรมของจุฬาฯ จะได้เข้าถึงเส้นทางการเรียนรู้ระดับโลก ประสบการณ์ตรงในการใช้งานระบบควอนตัม และการเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกับระบบนิเวศควอนตัมระดับโลก บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อตกลงทางวิชาการ แต่ยังเป็นการประกาศเจตนารมณ์ว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่ระดับแนวหน้าของเทคโนโลยีอุบัติใหม่ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างประวัติศาสตร์ด้านเทคโนโลยีของประเทศ โดยย้ำว่านวัตกรต้องมาก่อนนวัตกรรม มหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นเพียง “ผู้ใช้เทคโนโลยี” อีกต่อไป แต่ก้าวสู่การเป็น “ผู้สร้าง” ทั้งในด้าน AI และควอนตัม พร้อมผลักดันการจัดตั้งศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ (SQ²) ให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อผลิตบุคลากรที่มีศักยภาพในการสร้างเทคโนโลยีแห่งอนาคต และยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมไทย

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด
คุณอโณทัย เวทยากรกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า เทคโนโลยีควอนตัมไม่เพียงเป็นนวัตกรรมใหม่ แต่เป็นกลไกสำคัญที่จะผลักดันประเทศสู่การเป็นผู้สร้างนวัตกรรมในระดับโลก โดยความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนาบุคลากรด้านควอนตัมผ่านเครื่องมืออย่าง Qiskit การต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมร่วมกัน และการสร้างระบบนิเวศด้านควอนตัมผ่านศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ เพื่อเชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาในการขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตอย่างยั่งยืน
พิธีลงนามครั้งนี้มี “ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ (Siam Quantum Square: SQ²)” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรมด้านควอนตัมของประเทศ ทั้งในมิติของการวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโลก
ภายในงานมีกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “Quantum and Qiskit” ณ อาคารแถบ นีละนิธิ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ โดยมี ดร.ยาน-ไรเนอร์ ลาห์มานน์ IBM Distinguished Engineer และหัวหน้าทีมทูตเทคโนโลยีควอนตัมระดับโลกของ IBM เป็นผู้ถ่ายทอด ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้พื้นฐานและทดลองเขียนโปรแกรมควอนตัมผ่าน Qiskit ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กโอเพนซอร์สของ IBM โดยเน้นการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง เพื่อเสริมสร้างทักษะเชิงลึกและเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรไทยในการเข้าสู่โลกของควอนตัมคอมพิวติ้งอย่างเป็นรูปธรรม
ผศ.ดร.สลิลพร กิตติวัฒนากูล หัวหน้าศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ กล่าวสรุปเป้าหมายความร่วมมือในครั้งนี้ 4 ประการ ได้แก่ การพัฒนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านควอนตัมของประเทศไทย การเสริมสร้างทักษะการเขียนโปรแกรมควอนตัมและเส้นทางการรับรองผ่าน Qiskit การขับเคลื่อนโครงการในปี 2569 ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และการยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีควอนตัมระดับภูมิภาค โดยศูนย์สยามควอนตัมสแควร์ (SQ²) ได้รวบรวมคณาจารย์และนักวิจัยจาก 3 คณะ ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ครอบคลุมทั้งด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ควอนตัม พร้อมทั้งมีแผนกิจกรรมสำคัญในปี 2569 อาทิ Qiskit Global Summer School การอบรม Qiskit ในกรุงเทพฯ กิจกรรม Qiskit Fall Fest การเข้าร่วม IBM Quantum Summit APAC และ Quantum Developer Conference รวมถึงเวทีเสวนาด้านการประยุกต์ใช้ควอนตัมในไทยและอาเซียน
ประเทศไทยได้วางรากฐานด้านควอนตัมมาอย่างต่อเนื่อง โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีทั้งในด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่าง IBM เพื่อเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก และต่อยอดการวิจัยควอนตัมในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน เช่น ด้านการแพทย์ พลังงาน และการพัฒนายาใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมยังทำได้จำกัด ผศ.ดร.สลิลพร กล่าวเพิ่มเติม
ศ.ดร.ประณัฐ โพธิยะราช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่าความร่วมมือระหว่างจุฬาฯ กับ IBM ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานด้านควอนตัมของประเทศ และเป็นโอกาสในการขยายความร่วมมือไปยังภาคส่วนอื่น ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเริ่มต้นพัฒนาอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้ เพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาสในการแข่งขันในเวทีโลก

ภายหลังพิธีลงนาม ยังมีการจัดเวทีเสวนาหัวข้อ “World Quantum Trend and Opportunity in Thailand” โดยมี ดร.ยาน-ไรเนอร์ ลาห์มานน์ (IBM), ดร.วอยกา อานา มาเรีย ราเดสคู (IBM) ผศ.ดร.ธิปรัชต์ โชติบุตร (จุฬาฯ) และ ผศ.ดร.สลิลพร กิตติวัฒนากูล (SQ²) ร่วมเป็นวิทยากร ถ่ายทอดมุมมองแนวโน้มเทคโนโลยีควอนตัมของโลกและโอกาสของประเทศไทยในอนาคต
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/300679/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0XIuQQTBa8LPJXInRk9RJc

