เอกนิติ-ชูยุทธศาสตร์-4t-พลิกโฉมจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเอกนิติ ชูยุทธศาสตร์ 4T พลิกโฉมจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
เอกนิติ ชูยุทธศาสตร์ 4T พลิกโฉมจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงาน International Public Procurement Conference 2026  โดยกรมบัญชีกลาง เป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมกับ World Bank, Asian Development Bank และพันธมิตรระดับภูมิภาค ว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การใช้จ่ายภาครัฐซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 10-12% ของ GDP โลก และบางประเทศสูงถึง 20% สามารถกำหนดทิศทางเศรษฐกิจได้โดยตรง จึงต้องยกระดับการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นกลไกสร้างความมั่นคงและการเติบโตระยะยาว

โดยไทยได้กำหนดทิศทางนโยบายผ่านแนวคิด  “4T” เพื่อพลิกโฉมระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ จากบทบาทเชิงบริหารสู่ “เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับโครงสร้างประเทศอย่างยั่งยืน

“การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไม่ได้เป็นเพียงการจัดหาสินค้าหรือบริการอีกต่อไป แต่เป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการยกระดับบทบาทงบประมาณภาครัฐ จากเดิมที่เป็นเพียงภารกิจเชิงบริหาร สู่การเป็น เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ ที่สามารถใช้เสริมเสถียรภาพเศรษฐกิจ และผลักดันการปฏิรูปประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว”

ทั้งนี้ รัฐบาลได้กำหนดแนวทาง “4T Approach” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ได้แก่
1.Target มุ่งเป้าไปยังภาคส่วนที่สร้างผลกระทบสูง เช่น SMEs ชุมชน และกลุ่มเปราะบาง
2.Transition สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน
3.Transformation ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ผ่านการพัฒนาทักษะแรงงานและสร้างอุตสาหกรรมใหม่
4.Together สร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และภาคสังคม

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม รัฐบาลวาง 3 เสาหลักขับเคลื่อน ได้แก่ Digital Procurement พัฒนาระบบ e-GP และการใช้ข้อมูล เพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพ
Clean Procurement คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในระยะยาว Innovation Procurement เน้นผลลัพธ์ เปิดทางเทคโนโลยีใหม่และสตาร์ทอัพ

นอกจากนี้ รัฐบาลยังผลักดันการมีส่วนร่วมของ SMEs ซึ่งเป็น กระดูกสันหลังเศรษฐกิจ โดยในปี 2025 สัดส่วนการเข้าร่วมจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มขึ้นเกือบ 10% ควบคู่การเชื่อมระบบ e-GP กับแหล่ง และนโยบาย Made in Thailand เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย

นายเอกนิติ เน้นย้ำว่า การจัดซื้อจัดจ้างยุคใหม่ต้องมุ่งการสร้างคุณค่า มากกว่าการประหยัดงบประมาณ ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมเชิญชวนความร่วมมือระหว่างประเทศในการยกระดับมาตรฐานและความโปร่งใส เพราะไม่มีประเทศใดสามารถพัฒนาระบบนี้ได้อย่างสมบูรณ์เพียงลำพัง

นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของไทยถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ โดยคิดเป็น 10% ของ GDP พร้อมเร่งปฏิรูปกฎหมายและพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) แบบครบวงจร ตลอดจนเดินหน้าสนับสนุนมาตรการต่าง ๆ ได้แก่ การส่งเสริมผู้ประกอบการ SME และสินค้า “Made in Thailand” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศ นอกจากนี้กรมบัญชีกลางยังมีนโยบายที่จะส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวเพื่อมุ่งสร้างอุปสงค์สินค้าที่เป็นมิตร
ต่อสิ่งแวดล้อม และลดต้นทุนประเทศในระยะยาว รวมถึงยกระดับความโปร่งใสผ่านโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (Infrastructure Transparency Initiative: CoST) และโครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) เพื่อปฏิรูปการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสู่สาธารณชน อย่างไรก็ดีกรมบัญชีกลางตั้งเป้าที่จะใช้ระบบดิจิทัลอย่างครบวงจร เพื่อยกระดับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสู่มาตรฐานสากลภายใน 5 ปี

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/741537&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw032IBm3w_pARpQiBUVjQCc