เศรษฐกิจยูโรโซนประสบความชะลอตัวรุนแรงในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยเติบโตเพียง 0.1% เท่านั้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นถึง 3% ในเดือนเมษายน จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานข้อมูลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโร 21 ประเทศลดลงจาก 0.2% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้
ภาวะเงินเฟ้อสูงฉุดเศรษฐกิจ
อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนเพิ่มขึ้นจาก 2.6% ในเดือนมีนาคม มาอยู่ที่ 3% ในเดือนเมษายน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% ที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) กำหนดไว้อย่างชัดเจน สาเหตุหลักมาจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น 10.9% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบกับ 5.1% ในเดือนมีนาคม
การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ราคาพลังงานมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจนถึงเดือนมีนาคม โดยในเดือนกุมภาพันธ์ราคาพลังงานลดลง 3.1%
นักเศรษฐศาสตร์เตือนภัยสเตกเฟลชั่น
ข้อมูลดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนถึงความเป็นไปได้ของภาวะสเตกเฟลชั่นในยูโรโซน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เงินเฟ้อสูงแต่การเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ อันเป็นผลจากความขิดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มต้นหลังการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน
นิโคลา โนบิเล จากบริษัท Oxford Economics เตือนว่าไม่ควรเชื่อมโยงข้อมูลการเติบโตในครั้งนี้กับสงครามมากเกินไป โดยระบุว่าตัวเลข GDP สะท้อนการลดลงอย่างรุนแรงในไอร์แลนด์และปัจจัยตามฤดูกาลมากกว่า
เยอรมนีเติบโตเกินคาดการณ์
ในแง่บวก เยอรมนี เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรปมีการเติบโต 0.3% ในไตรมาสแรก สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 0.2% ขณะที่ฝรั่งเศสประสบภาวะเศรษฐกิจซบเซา
ธนาคารกลางยุโรปคาดว่าจะคงอัตราดอกเบียยไว้ในระดับเดิมอีกครั้งในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดี เนื่องจากผู้กำหนดนโยบายต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่สูงขึ้นกับความวิตกต่อการเติบโตที่อ่อนแอลง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/eurozone-economy-slowdown-inflation-middle-east-crisis-2026&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw257EFT0PRE9xrGBYh-k7qN

