หลังจากมีกระแสข่าวการปรับโฉมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจยอดฮิตอย่าง “คนละครึ่ง” มาเป็นชื่อใหม่ไฉไลกว่าเดิมในชื่อ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่เตรียมจะเปิดให้ลงทะเบียนกันในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 นี้ ทำเอาหลายคนสงสัยว่านอกจากชื่อที่เปลี่ยนไปแล้ว ไส้ในของโครงการมีการปรับเปลี่ยนอย่างไร รัฐจะช่วยจ่ายเยอะขึ้นไหม หรือเงื่อนไขจะยุ่งยากกว่าเดิมหรือเปล่า วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกข้อแตกต่างระหว่าง “ไทยช่วยไทยพลัส” เวอร์ชั่นล่าสุด กับ “คนละครึ่งพลัส” ในช่วงที่ผ่านมาแบบหมัดต่อหมัด
สัดส่วนการใช้จ่าย: รัฐเปย์เพิ่ม ประชาชนจ่ายน้อยลง?
นี่คือไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ “ไทยช่วยไทยพลัส” ดูมีความเป็น “พลัส” มากขึ้นกว่าเดิม
- ไทยช่วยไทยพลัส (2569): เบื้องต้นมีการเสนอปรับสัดส่วนจากเดิมที่เคยช่วยกันจ่ายคนละครึ่ง เป็น รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% (จากสูตรเดิม 50:50) ซึ่งถือว่าเป็นการลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- คนละครึ่งพลัส (เดิม): ยึดโมเดลคลาสสิกคือ 50:50 รัฐช่วยครึ่งหนึ่ง ประชาชนจ่ายเองอีกครึ่งหนึ่งมาโดยตลอด
วงเงินช่วยเหลือและระยะเวลา: แจกหนัก จัดเต็ม 4 เดือน
- ไทยช่วยไทยพลัส (2569): คาดการณ์วงเงินรวมอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาท โดยจะแบ่งจ่ายเป็นรายเดือน เดือนละ 1,000 บาท ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 4 เดือน เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายที่สม่ำเสมอและไม่กระจุกตัว
- คนละครึ่งพลัส (เดิม): ในระยะหลังๆ วงเงินมักจะอยู่ที่ประมาณ 800-2,400 บาทต่อเฟส และมีระยะเวลาใช้จ่ายที่สั้นกว่า หรืออาจจะเป็นการเติมเงินเข้าก้อนเดียวแล้วให้บริหารจัดการเองภายในเวลาที่กำหนด
การลงทะเบียนและกลุ่มเป้าหมาย: ใครมีสิทธิบ้าง?
- ความเหมือน: ทั้งสองโครงการยังคงใช้หัวใจหลักอย่างแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เป็นช่องทางหลักในการลงทะเบียนและใช้สิทธิ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มีความคุ้นเคยอยู่แล้ว
- ความต่าง: “ไทยช่วยไทยพลัส” ในรอบนี้ตั้งเป้าครอบคลุมประชาชนประมาณ 20-30 ล้านคน โดยเน้นไปที่กลุ่มที่ไม่ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ความพิเศษคือมีการออกแบบให้ระบบเชื่อมโยงกับกลุ่มเปราะบางได้ “ไร้รอยต่อ” มากขึ้น เพื่อให้การกระจายเม็ดเงินทั่วถึงทุกกลุ่ม โดยจะเริ่มลงทะเบียนเดือน พ.ค. และเริ่มใช้จ่ายจริง 1 มิ.ย. 69
ร้านค้าที่เข้าร่วม: เปิดกว้างสู่ “สตรีทฟู้ด” และ “ร้านธงฟ้า”
- ไทยช่วยไทยพลัส (2569): นอกเหนือจากร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร และหาบเร่แผงลอยตามปกติแล้ว โครงการใหม่นี้จะเน้นการเชื่อมโยงกับร้านค้าในเครือข่าย “ร้านธงฟ้า” และร้านค้าชุมชนมากขึ้น เพื่อให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถนำวงเงินพิเศษมาสแกนจ่ายได้กว้างขวางขึ้น ไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในร้านเฉพาะกลุ่ม
- คนละครึ่งพลัส (เดิม): เน้นที่ร้านค้ารายย่อยที่ลงทะเบียนผ่านแอปถุงเงินเป็นหลัก ซึ่งครอบคลุมทั่วประเทศอยู่แล้ว แต่การใช้งานสำหรับกลุ่มบัตรสวัสดิการฯ ในช่วงก่อนหน้าอาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องของจุดที่สแกนจ่ายได้บางประการ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5813721/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZCuEFPM-G7LTclplD30Tp

