เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 29 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท วาระแรก ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ในวันแรก
โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เสนอร่าง พ.ร.บ.งบปี 70 ต่อสภา แทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ ตอนหนึ่งว่า ร่าง พ.ร.บ.งบ 2570 ตั้งไว้จำนวนไม่เกิน 3.788 ล้านล้านบาท และเพื่อใช้เงินคงคลัง จำนวน 7.1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้เป็นกลไกสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามยุทธศาสตร์ชาติ
สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2570 มีแนวโน้มขยายตัว 1.7-2.7% แต่ยังคงมีผลกระทบจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ทำให้มีค่ากลางอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ช่วง 0.5-1.5% ขณะที่หนี้สาธารณะ เมื่อ 31 มี.ค. 2569 มีจำนวน 12 ล้านล้านบาท คิดเป็น 66.4% ของจีดีพี ส่วนฐานะเงินคงคลัง มีจำนวน 3.4 แสนล้านบาท รัฐบาลบริหารเงินคงคลังในระดับที่เหมาะสม
สถานการณ์การคลังของรัฐ รายจ่ายประจำที่จำเป็นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มีงบคงเหลือรายจ่ายลงทุนลดลง มีความจำเป็นใช้เครื่องมือการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ต้องทำงบประมาณขาดดุลต่อเนื่อง ทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพี เข้าใกล้กรอบเพดาน 70% ที่กระทบต่อฐานะการคลังระยะยาว ทำให้ต้องใช้นโยบายบริหารการคลัง ปรับลดขนาดขาดดุลการคลังไม่เกิน 3% ภายในปี 2572 เพื่อฟื้นฟูสภาพการคลังของประเทศ
“ร่าง พ.ร.บ.งบ 2570 ทำหน้าที่ ประคองประชาชนและเศรษฐกิจ และวางรากฐานให้ประเทศแข็งแรง โดยยึดทำงบให้ตรงจุด สะท้อนโปร่งใส เปิดเผยได้ เพื่อให้ประเทศข้ามผ่านวิกฤติทั้งพลังงาน ค่าครองชีพ และระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงเอกชน และมีมาตรการส่งเสริมการลงทุน ดังนั้นได้คำนึงถึงการใช้จ่ายงบประมาณที่คุ้มค่า ประหยัด เน้นประสิทธิภาพ และการทำงานต้องลดความซ้ำซ้อน รวมถึงยึดกรอบวินัยการเงินการคลังเคร่งครัด” นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า รัฐบาลกำหนดนโยบายแก้ปัญหาเร่งด่วน ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถ เช่น เพิ่มรายได้ ลดภาระค่าใช้จ่าย โครงการคนตัวเล็กพลัส โครงการดิจิทัลเอไอ นโยบายการลงทุนพลัส ยกระดับความสามารถ เทรดพลัส เมดอินไทยแลนด์พลัส เร่งขยายตลาดส่งออก ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ให้เม็ดเงินหมุนเวียนตามนโยบายชุมชนพลัส ขณะเดียวกันยังสร้างความมั่นคงชายแดน พัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศ ส่วนด้านสังคม ให้ความสำคัญกับนโยบายที่เกี่ยวข้อง ปรับหลักสูตรการเรียน สอดคล้องกับการจ้างงานในอนาคต พัฒนาระบบประกันสุขภาพรักษาทุกที่ได้ทันที ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม เน้นใช้พลังงานสะอาด การบริหารภาครัฐปฏิรูปกฎหมาย เพื่อความสะดวก รวดเร็วโปร่งใส และแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า สำหรับงบประมาณปี 2570 มีวงเงินรวม 3.788 ล้านล้านบาท จำแนกตามกลุ่มรายจ่าย ดังนี้ งบกลาง กำหนดไว้ 6.98 แสนล้านบาท คิดเป็น 18.3% งบรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 35.4% งบจ่ายบูรณาการ 7 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 1.9% งบรายจ่ายบุคลากร 8.5 แสนล้านบาท คิดเป็น 22.5% งบรายทุนหมุนเวียน จำนวน 2.9 แสนล้านบาท คิดเป็น 7.8% งบชำระหนี้ภาครัฐ 4.62 แสนล้านบาท คิดเป็น 12.2% และงบเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 7.1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 1.9%
ทั้งนี้ตามยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณปี 2570 ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ มี 63 แผนงาน ได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง จำนวน 4.07 แสนล้านบาท มี 14 แผนงานเพื่อให้ประเทศมั่นคง ส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน เคารพความเห็นต่าง สร้างความสามัคคีปรองดอง ส่งเสริมการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แก้ปัญหายาเสพติด แก้ปัญหาพื้นที่ชายแดนภาคใต้
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า 2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน จำนวน 3.48 แสนล้านบาท มี 15 แผนงาน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาอุตสาหกรรมการบริการทางการแพทย์ ส่งเสริมพัฒนาพลังงานทดแทน
3.ยุทธศาสตร์ด้านพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ จำนวน 6.11 แสนล้านบาท มี 8 แผนงาน เพื่อส่งเสริมให้คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ มีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต พัฒนาระบบสาธารณสุข และขยายเครือข่ายการให้บริการสุขภาพอย่างทั่วถึง
4.ยุทธศาสตร์สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม จำนวน 9.6 แสนล้านบาท มี 12 แผนงาน เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทุกมิติ ส่งเสริมบทบาทองค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดระบบสวัสดิการโดยรัฐเพื่อดูแลทุกกลุ่มเป้าหมายให้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีงาน มีรายได้
5.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งล้อม จำนวน 1.37 แสนล้านบาท มี 9 แผนงาน เพื่อสร้างความสมดุลและความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ ฟื้นฟู ส่งเสริมทรัพยากร ขยายพื้นที่สีเขียว ลดปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5
6.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ จำนวน 6.76 แสนล้านบาท มี 7 แผนงาน เพื่อยกระดับการบริการภาครัฐ เปลี่ยนไปสู่ราชการทันสมัย
นายเอกนิติ กล่าวด้วยว่า การจัดทำงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีส่วนที่เป็นรายจ่ายค่าดำเนินการภาครัฐ จำนวน 6.46 แสนล้านบาท โดยมี 3 แผนงาน คือ เพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 1.12 แสนล้านบาท แผนจัดการหนี้ภาครัฐ จำนวน 4.62 แสนล้านบาท และเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน 7.1 หมื่นล้านบาท
“ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 มุ่งเป้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำอย่างทั่วถึง สำหรับการทำนโยบายแบบขาดดุลเพื่อรักษาเสถียรภาพและสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจะบริหารงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมาย ตามกรอบวินัยการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด จะใช้จ่ายเงินภาษีประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ให้เม็ดเงินไปสู่ประชาชน สร้างการเติบโตให้เต็มศักยภาพ เพื่อประโยชน์ของประชาชน” นายเอกนิติ กล่าว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5985453/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jd_ekGLQ0t1_n0pHr5v2V

