
SCB EIC มองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแต่ยังโตกระจุกตัว คาด กนง.คงดอกเบี้ย 1% ถึงสิ้นปี 2027 แม้เงินเฟ้อเสี่ยงสูงขึ้นและเศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้น
SCB EIC ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปจนถึงสิ้นปี 2027 แม้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น หลังการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนได้รับอานิสงส์จากวัฏจักร AI โลก แต่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง ขณะที่ครัวเรือนและ SMEs ยังคงเผชิญความเปราะบาง
การประเมินดังกล่าวมีขึ้นหลัง กนง.มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% โดยมองว่าเป็นระดับที่ผ่อนคลายค่อนข้างมากและเหมาะสมกับการสนับสนุนเศรษฐกิจที่ยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ
เศรษฐกิจฟื้น แต่ผลดีจาก AI ยังกระจุกตัว
กนง.ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2026 และ 2027 เป็น 2.4% และ 2.1% ตามลำดับ จากเดิม 2.3% และ 1.8% ในการประชุมเดือนมิ.ย. หลังการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวดีกว่าคาดจากวัฏจักร AI โลก
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจปี 2027 มีแนวโน้มชะลอลงส่วนหนึ่งจากมาตรการภาครัฐที่ทยอยหมดลง ขณะที่ผลดีจากการเติบโตยังกระจุกตัวในบางภาคธุรกิจ
ครัวเรือนยังมีภาระหนี้สูงและเผชิญค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ส่งผลกดดันการบริโภค ขณะที่ตลาดแรงงานยังเปราะบางจากอัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้นและจำนวนผู้ขอรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานตามมาตรา 38 ที่อยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ การปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ทำให้ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวสูงขึ้น สอดคล้องกับการส่งออกที่เติบโตดีในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังเพิ่มความไม่แน่นอนต่อประมาณการเศรษฐกิจ
เงินเฟ้อเสี่ยงสูงขึ้น แต่มีแนวโน้มลดลงในปีหน้า
กนง.ปรับลดประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปปี 2026 และ 2027 เหลือ 2.1% และ 1.3% ตามลำดับ จากเดิม 2.8% และ 1.4% หลังข้อมูลเงินเฟ้อจริงออกมาต่ำกว่าคาด
อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงกว่ากรอบเป้าหมายในไตรมาส 4 ปี 2026 และไตรมาส 1 ปี 2027 ก่อนทยอยลดลง โดยแรงกดดันหลักมาจากปัจจัยด้านอุปทาน ทั้งราคาน้ำมันโลกและปรากฏการณ์ El Niño
SCB EIC มองว่า อุปสงค์ในประเทศที่ยังเปราะบางทำให้ผู้ประกอบการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้จำกัด จึงช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า
ดอกเบี้ยโลกสูงขึ้น แต่ยังไม่กระทบการเงินไทยมาก
กนง.ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้นส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของไทยปรับขึ้นบ้าง แต่ต้นทุนสินเชื่อผ่านธนาคารพาณิชย์ยังเคลื่อนไหวตามดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำ
สินเชื่อโดยรวมยังเติบโตได้ดี แต่สินเชื่อ SMEs หดตัวต่อเนื่องจากความระมัดระวังของสถาบันการเงินในการปล่อยกู้
ส่วนความแตกต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยไทยกับประเทศเศรษฐกิจหลักที่กว้างขึ้น ยังไม่ใช่ประเด็นที่ กนง.กังวลมากนัก โดยเงินบาทที่อ่อนค่าส่วนหนึ่งมาจากการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิสินทรัพย์ไทยตั้งแต่ต้นปี 2026 สะท้อนความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานเศรษฐกิจและเสถียรภาพภายนอกประเทศ
คาดคงดอกเบี้ยยาว แม้เศรษฐกิจดีขึ้น
SCB EIC มองว่า การปรับเพิ่มประมาณการ GDP ยังไม่เพียงพอให้ กนง.ขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่กระจายไปถึงครัวเรือนและ SMEs อย่างทั่วถึง
ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงและความสามารถในการแข่งขันของ SMEs เป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาแก้ไข จึงไม่น่าจะเห็นเงื่อนไขการขึ้นดอกเบี้ยเกิดขึ้นภายใน 1-2 ปีข้างหน้า
ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันและ El Niño ทำให้โอกาสลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมมีจำกัด เพราะหากเงินเฟ้อเร่งตัวหลังการลดดอกเบี้ย กนง.อาจต้องกลับมาขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เศรษฐกิจยังอ่อนแอ
นอกจากนี้ กนง.เริ่มให้ความสำคัญกับผลข้างเคียงของดอกเบี้ยต่ำต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินระยะยาวมากขึ้น แม้ความเสี่ยงดังกล่าวยังไม่ชัดเจนในปัจจุบัน
SCB EIC จึงคาดว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปจนถึงสิ้นปี 2027 และให้น้ำหนักกับมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดมากขึ้น โดยเฉพาะการช่วยให้ SMEs และลูกหนี้รายย่อยเข้าถึงสินเชื่อ เพื่อประคองเศรษฐกิจและแก้ปัญหาของกลุ่มเปราะบางได้ตรงจุด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/financial/751111&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uxFlUJAtbE1PmKGTLvJ2D

