eec-ปักหมุดEEC ปักหมุด

EEC ปักหมุด ‘กรีนอุตสาหกรรม’ ดึงทุนนอกขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยพลังงานสะอาด


4/06/2569 | 42 |

ในยุคที่ระเบียบเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ความยั่งยืน “พลังงานสะอาด” (Clean Energy) ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือกเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกต่อไป หากแต่กลายมาเป็น “เงื่อนไขใหม่” และมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers) ที่ขับเคลื่อนทิศทางการค้า การลงทุน และการจ้างงานทั่วโลก สำหรับประเทศไทย พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กำลังทำหน้าที่เป็นหัวหอกสำคัญในการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจ โดยปักหมุดสู่การเป็น “ศูนย์กลางอุตสาหกรรมสีเขียว” (Green Industry Hub) ของภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเม็ดเงินลงทุนคุณภาพจากต่างประเทศที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

พลังงานสีเขียว: ปัจจัยขั้นหนึ่งในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนข้ามชาติ

ปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะจากภูมิภาคยุโรป สหรัฐอเมริกา และเอเชียตะวันออก ไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ต้นทุนการผลิต ค่าจ้างแรงงาน หรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่ปัจจัยสำคัญสูงสุดในการตัดสินใจเลือกตั้งฐานการผลิตในนาทีนี้ คือ “ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียน” (Renewable Energy) ที่ได้มาตรฐานสากล

กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต (New S-Curve) อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV), แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง, อุตสาหกรรมดิจิทัลขั้นสูง เช่น Data Center รวมถึงระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ล้วนมีข้อผูกพันภายใต้ปฏิญญาความยั่งยืนระดับสากล เช่น RE100 (การใช้พลังงานหมุนเวียน 100%) สอดคล้องกับสัญญาณบวกล่าสุดจากการที่ผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลไทยเดินทางเยือนประเทศฝรั่งเศสและกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งกลุ่มทุนข้ามชาติต่างแสดงความสนใจอย่างเด่นชัดในการเข้ามาขยายการลงทุนในไทย โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือภาครัฐต้องสามารถจัดหาและอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งพลังงานสะอาดได้อย่างเสถียรและเพียงพอ

โครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ในพื้นที่ EEC

เพื่อตอบสนองต่ออุปสงค์ (Demand) พลังงานสีเขียวที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ร่วมกับกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งผลักดันแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียนอย่างเป็นระบบ ผ่านโครงการสำคัญต่างๆ ดังนี้:

  1. การปลดล็อกข้อจำกัดระบบสายส่ง (Third-Party Access: TPA): สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่า ไฟฟ้าสะอาดเป็นหัวใจสำคัญต่อขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคปัจจุบัน ภาครัฐจึงเร่งขับเคลื่อนมาตรการเปิดให้เอกชนสามารถใช้หรือเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า (TPA) พลังงานสะอาด เพื่อรองรับความต้องการของนิคมอุตสาหกรรมและกลุ่ม Data Center ที่คาดว่าจะมีปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นสูงอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว

  2. การอนุมัติโครงการผลิตไฟฟ้าไฮบริดและระบบพลังงานหมุนเวียน: คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการประกอบกิจการพลังงานเพื่อดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดในพื้นที่ EEC (อาทิ โครงการผลิตไฟฟ้าของบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)) ซึ่งเป็นรูปแบบโรงไฟฟ้าเพื่ออุตสาหกรรมหมุนเวียน เสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้า ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และยกระดับมาตรฐานการจัดการพลังงานสู่สากล

  3. นโยบายเมืองคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon City) ของ กนอ.: การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ประกาศแนวทางยกระดับนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ให้มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่งช่วยสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อธุรกิจสีเขียวตลอดห่วงโซ่อุปทาน

มาตรการเชิงรุกและการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน

นอกเหนือจากการเตรียมพร้อมทางกายภาพด้านสายส่งและโรงไฟฟ้าหมุนเวียนแล้ว รัฐบาลยังได้กำหนดเครื่องมือเชิงนโยบายเพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการลงทุน (Ease of Doing Business) ประกอบด้วย:

  • มาตรการ Thailand FastPass: การเร่งรัดและช่องทางพิเศษในการอนุมัติ อนุญาต สำหรับโครงการลงทุนที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนและการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

  • มาตรการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้จัดทำมาตรการยกระดับอุตสาหกรรมสู่ “Smart and Sustainable Industry” ให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการที่ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตโดยหันมาใช้พลังงานทดแทน เช่น ระบบ Solar Rooftop หรือโซลาร์ลอยน้ำ

  • การปรับปรุงกฎระเบียบ: การเร่งแก้ไขข้อกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับการซื้อขายไฟฟ้าสีเขียวโดยตรง (Green Tariff) เพื่อตอบสนองสัญญาระดับสากลของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลก

บทสรุป

การผลักดันพื้นที่ EEC สู่การเป็นฐานการลงทุน “กรีนอุตสาหกรรม” ถือเป็นจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทย พลังงานสะอาดไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่มิติการดูแลสิ่งแวดล้อม แต่คือโครงสร้างพื้นฐานเชิงพาณิชย์และเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาทเข้าสู่ประเทศ ความพร้อมด้านแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน, ระบบสายส่งอัจฉริยะ (Smart Grid), และนโยบายสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจน จะช่วยค้ำจุนให้ประเทศไทยคงความขัดเจนในห่วงโซ่อุปทานโลก รักษามูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างงานที่มีทักษะสูงให้แก่แรงงานไทยได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

แหล่งข้อมูลอ้างอิงและตรวจสอบความถูกต้องเชิงสถิติ:

  1. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ข้อมูลความคืบหน้าการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายสีเขียวปี 2568-2569

  2. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และสำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม. มติเห็นชอบโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดในเขต EEC (สิงหาคม 2568)

  3. สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) รายงานการศึกษา “ระบบโครงข่ายและสายส่งไฟฟ้าพลังงานสะอาดในพื้นที่ EEC” (2568)

  4. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รายงานสถิติการส่งเสริมการลงทุนหมวดพลังงานหมุนเวียนและการยกระดับอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน

  5. กระทรวงพลังงาน ข้อมูลทิศทางพลังงานหมุนเวียนภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP ฉบับล่าสุด)

ความพยายามร่วมมือกันระหว่าง สกพอ. กระทรวงพลังงาน และภาคเอกชน นับเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนให้พื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกกลายเป็นพื้นที่ต้นแบบของนิคมอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในระดับภูมิภาค


image รูปภาพ

image


Line


———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/508641&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YilE1YxKaff5Jxn15ivLZ

You missed