รอยหมึกที่แนบสนิทกับเกล็ดปลา อาจดูเป็นเพียงภาพพิมพ์ธรรมดาในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับญี่ปุ่น รอยนั้นคือ หลักฐานของกาลเวลา ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับทะเล และความทรงจำของสิ่งมีชีวิตที่กำลังเลือนหาย ‘เกียวทาคุ’ ไม่ได้เริ่มต้นจากหอศิลป์ ไม่ได้ถือกำเนิดในสตูดิโอศิลปิน หากถือกำเนิดจากมือหยาบกร้านของชาวประมง จากความต้องการบันทึก ความจริง มากกว่าความงาม และจากวิถีชีวิตที่เคารพธรรมชาติ มากกว่าการครอบครองมัน ในปัจจุบันศิลปะพื้นบ้านอายุเกือบสองศตวรรษนี้กลับกลายเป็นกุญแจสำคัญในการไขรหัสความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นพยานปากเอกถึงสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์
ภาพพิมพ์เกียวทาคุ (Gyotaku) ซึ่งทำโดยการนำปลาที่ทาหมึกแล้วกดลงบนกระดาษ ได้กลายเป็นเครื่องมือวิจัยที่น่าเชื่อถือในการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล

เป็นเวลาหลายศตวรรษที่ชาวประมงในญี่ปุ่นได้สร้างภาพพิมพ์หมึกของปลาและสัตว์ทะเลในแนวปฏิบัติที่เรียกว่า “เกียวทาคุ” (魚拓) หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า fish rubbing เดิมทีเกียวทาคุถูกใช้เพื่อบันทึกการจับปลา หรือเพื่ออวดผลงานให้ผู้อื่นเห็น ต่อมาจึงได้รับการยอมรับในฐานะงานศิลปะรูปแบบหนึ่ง และในปัจจุบัน งานวิจัยฉบับใหม่ที่นำโดยนักชีววิทยาชาวญี่ปุ่นสองคน ได้ค้นพบการใช้ประโยชน์ใหม่ของภาพพิมพ์ปลาเหล่านี้ในฐานะเครื่องมือศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล และการติดตามชนิดพันธุ์ที่สูญหายหรือใกล้สูญพันธุ์

ยูสุเกะ มิยาซากิ และอัตสึโนบุ มุราเสะ จากมหาวิทยาลัยมิยาซากิ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ได้ศึกษาตัวอย่างเกียวทาคุจำนวน 261 ชิ้น ซึ่งรวบรวมมาจากร้านขายอุปกรณ์ตกปลาในท้องถิ่นต่างๆ ที่มีชนิดพันธุ์ปลาใกล้สูญพันธุ์อาศัยอยู่
นักวิจัยเขียนไว้ในรายงานว่า “วิธีการได้มาซึ่งข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพในอดีตนั้น ส่วนใหญ่จำกัดอยู่ที่การตรวจสอบตัวอย่างในพิพิธภัณฑ์หรือการสำรวจเอกสารและวรรณกรรมเก่า การศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของการใช้ ‘เกียวทาคุ’ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพในเชิงประวัติศาสตร์”
เกียวทาคุไม่ใช่แค่การพิมพ์ปลา
แต่คือการพิมพ์จิตวิ ญญาณของชาวประมงญี่ปุ่ นลงบนกระดาษ
จากผลการศึกษา ระบุว่าภาพพิมพ์เกียวทาคุที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุย้อนไปถึงปี ค.ศ. 1839 ในช่วงปลายสมัยเอโดะของญี่ปุ่น ปัจจุบันภาพพิมพ์ชุดหนึ่งถูกเก็บรักษาไว้ที่ห้องสมุดเมืองสึรุโอกะ ส่วนภาพอื่นๆ ที่สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1850–1860 ถูกเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ชิโดะ ในเมืองสึรุโอกะ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะฮมมะ เมืองซากาตะ จังหวัดยามากาตะ
โดยธรรมเนียมแล้ว เกียวทาคุจะทำโดยการนำกระดาษวาชิญี่ปุ่นซึ่งบางและละเอียด กดลงบนปลาที่ทาด้วยหมึกซูมิดำ ภาพพิมพ์มักจะมีตราประทับหรือข้อมูลเพิ่มเติม เช่น วันที่จับปลา สถานที่ ชื่อชาวประมง ชื่อพยาน ชนิดของปลา และประเภทของอุปกรณ์ตกปลาที่ใช้ แม้ว่าเกียวทาคุแบบดั้งเดิมจะพิมพ์ด้วยหมึกดำ แต่ในปัจจุบันก็มีการทำเกียวทาคุแบบสี เพื่อใช้ในงานศิลปะและการศึกษา
นักวิจัยระบุว่า ‘ข้อมูลด้านการกระจายพันธุ์‘ ที่ปรากฏอยู่ในภาพพิมพ์เกียวทาคุ ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือในการระบุประชากรปลาที่กำลังลดจำนวนลง ซึ่งถูกบรรจุอยู่ในบัญชีรายชื่อชนิดพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์ (Red List) ของประเทศญี่ปุ่น

ตัวอย่างเช่น จากภาพพิมพ์จำนวนหลายสิบชิ้นที่รวบรวมมา นักชีววิทยาพบเพียงภาพเดียวที่แสดงชนิดปลา Sillago parvisquamis บริเวณอ่าวโตเกียว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลาชนิดนี้กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ นอกจากนี้ ยังพบภาพพิมพ์ของปลา Hucho perryi จำนวนเจ็ดชิ้นในฮอกไกโด และพบปลา Lates japonicus ในจังหวัดมิยาซากิน เพียงสามชิ้น
“เมื่อพิจารณาถึงความหายากของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามเหล่านี้ในบางภูมิภาค ‘เกียวทาคุ’ จึงน่าจะเป็นหลักฐานอ้างอิงที่สำคัญในการประเมินสถานะประชากรในอดีต รวมถึงปัจจัยที่นำไปสู่การลดจำนวนหรือการสูญพันธุ์”
แม้งานพิมพ์อันทรงคุณค่านี้ยังคงปรากฏให้เห็นตามร้านอุปกรณ์ตกปลาในญี่ปุ่น สะท้อนรากฐานดั้งเดิมของศิลปะนี้ที่ยึดโยงกับการใช้งานจริงและวิถีชีวิตชายฝั่งทะเลอย่างแนบแน่น แต่ในปัจจุบัน เกียวทาคุเองก็กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญหายเช่นกัน งานวิจัยระบุว่า “การจัดเก็บเกียวทาคุในพื้นที่สาธารณะของร้านค้า มักอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น การสัมผัสควันบุหรี่ แสงแดด และความชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ภาพพิมพ์เสื่อมสภาพ อันที่จริง เจ้าของร้านบางรายรายงานว่าได้ทิ้งวัสดุเก่าๆ ที่ชำรุดไปแล้ว”
ยิ่งไปกว่านั้น นักวิจัยยังยอมรับว่า ภัยคุกคามอีกประการหนึ่งต่อเกียวทาคุคือเทคโนโลยีสมัยใหม่ เนื่องจากชาวประมงในปัจจุบันย่อมเลือกอวดผลงานการจับปลาของตนผ่านรูปแบบการบันทึกใหม่ที่เรียกว่า ’เซลฟี่‘ มากกว่านั่นเอง
ที่มา :
Post Views: 130
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2025/12/29/gyotaku-japanese-fish-print-biodiversity-conservation/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-auzf8GGvV_Ymjd_FqPW7

