ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ต.ค.69) นายดอน นาครทรรพ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 5/2569 ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี พร้อมประเมินเศรษฐกิจไทยได้รับแรงส่งต่อเนื่องจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่อัตราการเติบโตยังต่ำกว่าศักยภาพ และผลดียังกระจุกตัว

ทั้งนี้ ทิศทางอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นชั่วคราวในปีนี้ เนื่องจากปัจจัยด้านอุปทาน และสินเชื่อรวมยังขยายตัวจากธุรกิจขนาดใหญ่ ส่วนสินเชื่อรายย่อย (SMEs) ยังคงหดตัว ซึ่งต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิดต่อไป

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการฯ เห็นว่าการดำเนินนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลายควบคู่ไปกับมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด มีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวไม่ทั่วถึง และให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ แต่ต้องติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงจากราคาน้ำมัน และผลของปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลต่อการส่งผ่านต้นทุนในระยะข้างหน้า

สำหรับ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 และ 2570 คาดการณ์ว่าจะขยายตัวที่ 2.4% และ 2.1% ตามลำดับ เนื่องจากยังมีแรงส่งที่ดีกว่าคาดการณ์จากการส่งออก และการลงทุนตามวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไรก็ตาม ผลดีจากกิจกรรมดังกล่าวส่วนใหญ่จำกัดอยู่กับธุรกิจและแรงงานในภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการที่เกี่ยวข้อง

ส่วนการบริโภคภาคเอกชนยังถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ตลาดแรงงาน และกำลังซื้อที่เปราะบาง โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อยที่เผชิญแรงกดดันค่าครองชีพ และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มปรับลดลงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจในภาพรวมยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ และ SMEs ยังเผชิญอุปสรรคในการปรับตัว รวมถึงปัญหาด้านการแข่งขันที่รุนแรง

สำหรับ อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 และ 2570 มีแนวโน้มเฉลี่ยอยู่ที่ 2.1% และ 1.3% ตามลำดับ โดยจะปรับสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้จนถึงต้นปีหน้า ตามราคาพลังงานและผลของปรากฏการณ์เอลนีโญ ก่อนที่จะกลับไปอยู่ในระดับต่ำจากผลของฐาน และอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเชิงโครงสร้าง

ขณะที่ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ปี 2569 และ 2570 มีแนวโน้มเฉลี่ยอยู่ที่ 1.2% และ 1.3% ตามลำดับ ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวในกรอบเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อจะสูงกว่าที่ประเมินไว้จากสงครามในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ข้อจำกัดของมาตรการพยุงราคาพลังงาน และการส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการไปยังอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน รวมถึงเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลาง