รัฐบาล-เดินหน้า-4-กลไก-ลุยปราบสินค้าปลอมบนตลาดออนไลน์-เผย-7-เดือนระงับกว่า-1.4-พันรายการ-:-อินโฟเควสท์รัฐบาล เดินหน้า 4 กลไก ลุยปราบสินค้าปลอมบนตลาดออนไลน์ เผย 7 เดือนระงับกว่า 1.4 พันรายการ : อินโฟเควสท์

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล เดินหน้ายกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ประกอบการสุจริตจากปัญหาสินค้าปลอม และการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนตลาดออนไลน์ โดยกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การกำกับของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ได้มอบหมายกรมทรัพย์สินทางปัญญา เร่งทำงานร่วมกับเจ้าของสิทธิ และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ วาง 4 กลไกสำคัญ ตั้งแต่ 1.การปิดกั้นเว็บไซต์และไลฟ์ที่มีเนื้อหาละเมิด 2.การเชื่อมโยงข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาแบบ Real-Time 3.การพัฒนาแนวทางรับรองร้านค้าที่ใช้สิทธิอย่างถูกต้อง และ 4.การตรวจสอบเส้นทางการเงิน และขยายผลถึงเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง

โดยผลการดำเนินงานในช่วงเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2569 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนช่องทางออนไลน์ได้ 140 คดี ยึดของกลางรวม 322,077 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 104.34 ล้านบาท และระงับการจำหน่ายสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์รวม 1,471 รายการ สะท้อนถึงการยกระดับการปราบปรามจากการนำสินค้าละเมิดออกจากตลาด ไปสู่การป้องกันและตัดวงจรการละเมิดตั้งแต่ต้นทาง

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า แนวทางความร่วมมือที่ทุกฝ่ายกำหนดร่วมกัน มี 4 ด้านสำคัญ ได้แก่

ประการแรก การปิดกั้นเว็บไซต์ และการถ่ายทอดสดที่มีเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา จะประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการระงับหรือลบเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการเผยแพร่ภาพยนตร์ เพลง และผลงานลิขสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์หรือการถ่ายทอดสดออนไลน์

ประการที่สอง การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญากับแพลตฟอร์มผ่าน API แบบ Real-Time เพื่อให้แพลตฟอร์มสามารถตรวจสอบข้อมูลประกอบการคัดกรองร้านค้าและสินค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น เลขคำขอ ชื่อเจ้าของสิทธิ สถานะคำขอ และรายการสินค้า ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและกำหนดรายละเอียดร่วมกัน

ประการที่สาม การพัฒนาแนวทางรับรองร้านค้าที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิอย่างถูกต้อง โดยเตรียมหารือกับแพลตฟอร์มเพื่อจัดทำเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ “IP Verified” สำหรับร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเพิ่มข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้ผู้บริโภค และสนับสนุนผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาหลักเกณฑ์และยังไม่ได้เปิดใช้ครบทุกแพลตฟอร์ม

ประการที่สี่ การยกระดับการดำเนินคดีจากการจับผู้ขายไปสู่การขยายผลถึงเครือข่าย โดยประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและเชื่อมโยงไปยังผู้จัดหา ผู้นำเข้า ผู้รับผลประโยชน์ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสามารถตัดวงจรการละเมิดได้ตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่เพียงนำรายการสินค้าที่ตรวจพบออกจากแพลตฟอร์ม

“รัฐบาลต้องการให้ตลาดออนไลน์เป็นพื้นที่ที่ประชาชนซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้องต้องไม่เสียเปรียบจากการแข่งขันกับสินค้าปลอมหรือสินค้าละเมิดสิทธิ การแก้ปัญหาจึงต้องทำทั้งระบบ ตั้งแต่ตรวจจับและระงับรายการ เชื่อมข้อมูลให้ตรวจสอบได้รวดเร็วขึ้น ไปจนถึงติดตามเส้นทางการเงินและขยายผลถึงเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง” น.ส.ลลิดา กล่าว

ปัจจุบัน กรมทรัพย์สินทางปัญญาใช้กลไกความร่วมมือ ภายใต้บันทึกความเข้าใจกับแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงมาตรการ Notice and Takedown ในการรับแจ้ง ตรวจสอบ และระงับรายการสินค้าที่เข้าข่ายละเมิดออกจากระบบ ขณะที่การเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน API แบบ Real-Time และแนวทาง IP Verified จะเป็นกลไกที่จะพัฒนาต่อ โดยต้องกำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์ และแพลตฟอร์มที่เข้าร่วมให้ชัดเจนก่อนนำมาใช้

น.ส.ลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชน และเจ้าของสิทธิ ที่พบการจำหน่ายสินค้า หรือเนื้อหาที่อาจเข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 0 2547 4702 สายด่วน 1368 หรือเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงช่องทางรับแจ้งของแพลตฟอร์มที่มีความร่วมมือกับกรม ได้แก่ Shopee, Lazada, TikTok Shop, LINE และ Nex Gen Commerce

“ก่อนซื้อสินค้าทางออนไลน์ ประชาชนควรตรวจสอบชื่อร้านค้า รายละเอียดและราคาสินค้า รีวิว เงื่อนไขการคืนสินค้า และเก็บหลักฐานการซื้อขายทุกครั้ง ขณะเดียวกัน ไม่ควรสรุปว่า ร้านค้าที่ไม่มีเครื่องหมาย IP Verified เป็นร้านค้าที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากแนวทางรับรองดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา และกำหนดหลักเกณฑ์ก่อนนำมาใช้อย่างเป็นทางการ” รองโฆษกรัฐบาล ระบุ

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/643845&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SxJISOhn5diCbcbEIMNXr