ท่องเที่ยว-ส่งออกพยุงเศรษฐกิจเดือน-พค.-‘คลัง’-เตือนจับตาน้ำมัน-ภูมิรัฐศาสตร์ท่องเที่ยว-ส่งออกพยุงเศรษฐกิจเดือน พ.ค. ‘คลัง’ เตือนจับตาน้ำมัน-ภูมิรัฐศาสตร์

นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภาพรวมเศรษฐกิจไทยประจำเดือน พ.ค. 69 ว่า เศรษฐกิจไทยยังคงได้รับแรงสนับสนุนหลักจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันโลก ซึ่งอาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการผลิตในประเทศ

หากเจาะลึกเครื่องยนต์เศรษฐกิจรายหมวด จะพบว่า “ภาคการท่องเที่ยว” ยังเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจ โดยในเดือน พ.ค.69 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 2.35 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตลาดไทยเที่ยวไทยก็ยังคึกคัก มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยถึง 24.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.2%

ส่งออกเริ่มชะลอ

ส่วน “การส่งออก” ยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 โดยมีมูลค่ารวม 34,333.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.6% นับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 แม้จะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง

หากหักรายการน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัยออก การส่งออกแท้จริงเติบโต 8.6% โดยสินค้าที่เติบโตโดดเด่น ได้แก่

  • เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (+32.5%)
  • เม็ดพลาสติก (+17.4%)
  • ผลไม้สดและแปรรูป (+5.2%)
  • อาหารสัตว์เลี้ยง (+3.1%)

ขณะที่ยางพารา น้ำตาลทราย และรถยนต์พร้อมส่วนประกอบ ปรับตัวลดลง เมื่อพิจารณาตามตลาดคู่ค้า ตลาดหลักที่เติบโตดีคือ

  • สหรัฐฯ (+33.5%)
  • อาเซียน 5 ประเทศ (+29.7%)
  • สหภาพยุโรป (+12.1%)
  • ญี่ปุ่น (+11.7%)

ในทางกลับกัน ตลาดอินโดจีนและอินเดียกลับหดตัว 16.1% และ 10.3% ตามลำดับ

ความเชื่อมั่นสั่นคลอน

ด้าน “การบริโภคภาคเอกชน” มีทิศทางเติบโต สะท้อนจากยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งและรถจักรยานยนต์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น 15.2% และ 2.9% ตามลำดับ สอดรับกับรายได้เกษตรกรที่ปรับตัวดีขึ้น 2.3%

อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลับร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 49.5 จาก 50.6 ในเดือนก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากประชาชนเริ่มกังวลกับสงครามในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ซึ่งกดดันให้ค่าครองชีพสูงขึ้นตามไปด้วย

สัญญาณก่อสร้าง-อสังหาฯ อ่อนแอ

ขณะเดียวกัน “การลงทุนภาคเอกชน” กลับมีสัญญาณทรงตัว แม้การนำเข้าเครื่องจักรเพื่อการลงทุนจะเพิ่มขึ้น 19.6% แต่ตัวเลขสะท้อนภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง เช่น ภาษีจากการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ กลับหดตัวลง -8.6% สะท้อนถึงความระมัดระวังในการลงทุนขยายกิจการ

ปัจจัยด้านต้นทุนที่สูงขึ้นนี้ ยังสะท้อนผ่าน ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ที่ปรับลดลงเหลือ 84.7 เนื่องจากผู้ประกอบการแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัวช้า แม้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) จะยังอยู่เหนือระดับ 50.0 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ก็ตาม

อย่างไรก็ดี นายพิสิทธิ์ ย้ำว่าเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยยังคงแข็งแกร่ง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน พ.ค. 69 อยู่ที่ 2.79% สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ณ สิ้นเดือน เม.ย. 69 อยู่ที่ 66.6% ซึ่งยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลัง นอกจากนี้ ไทยยังมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 2.875 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นกันชนอย่างดีต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

ต่างชาติยังเชื่อมั่นพันธบัตรรัฐบาล

ขณะที่ “ตลาดการเงิน” ณ วันที่ 24 มิ.ย. 69 มูลค่าซื้อขายในตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 114,176 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยในประเทศซื้อสุทธิ 11,218 ล้านบาทในวันดังกล่าว และมียอดซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีที่ 37,676 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 3,841 ล้านบาทในวันเดียวกัน ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้น 14,810 ล้านบาท

ภาพรวมตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 24 มิ.ย. 69 นักลงทุนต่างชาติยังคงเชื่อมั่นในสินทรัพย์ไทย โดยมียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นสะสม 11,820.66 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 21,207.81 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าพันธบัตรรัฐบาลไทยยังเป็นแหล่งลงทุนที่มีเสถียรภาพ ท่ามกลางยุคที่นโยบายการเงินของประเทศมหาอำนาจอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1240659&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2WVmr5lZqcEHXcfohDx3OU