“เอกนิติ”-แจงงบปี-70-ชูเศรษฐกิจไทยขยายตัว-17-27-ชี้จำเป็นต้องจัดงบแบบขาดดุลเพื่อประคอง-ปชช.“เอกนิติ” แจงงบปี 70 ชูเศรษฐกิจไทยขยายตัว 1.7-2.7 ชี้จำเป็นต้องจัดงบแบบขาดดุลเพื่อประคอง ปชช.

“เอกนิติ” แจงงบปี 70 ชูเศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 1.7-2.7 บอกผลพวงการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก และพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ยังจำเป็นต้องจัดงบแบบขาดดุลเพื่อประคอง ปชช.-เศรษฐกิจ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระแรก วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ชี้แจงรายละเอียดการของบรายจ่ายปี 2570 แทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่ติดภารกิจอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส 

โดยนายเอกนิติ แถลงว่า เศรษฐกิจปี 2570 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 1.7-2.7 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลก ขณะที่อุปสงค์ในประเทศทั้งการบริโภค การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและงบประมาณภายใต้พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงสูงจากความยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนของการดำเนินมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

 นายเอกนิติกล่าวว่า ส่วนฐานะการคลัง หนี้สาธารณะประเทศ ณ เดือนเมษายน 2569 จำนวน 12.8 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 66.66  ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ อยู่ภายใต้กรอบบริหารหนี้สาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไม่ให้เกินร้อยละ 70 ส่วนเงินคงคลังประเทศ วันที่ 31พ.ค.2569 มีจำนวน 3.4 แสนล้านบาท ขณะที่มูลค่าเงินสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีจำนวน 281,742 ล้านบาท อยู่ในระดับแข็งแกร่ง ภายใต้สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจดังกล่าว รัฐบาลมีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเต็มศักยภาพ 

นายเอกนิติกล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 จัดทำขึ้นท่ามกลางความท้าทายสำคัญ 2 ประการคือ 1. การผันผวนและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเมือง ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะวิกฤติด้านพลังงานจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลต่อราคาพลังงาน และแนวโน้มการจัดหาเชื้อเพลิงในอนาคต รวมถึงรัฐบาลยังมีวิกฤติปากท้องประชาชนที่ต้องดูแลต่อเนื่อง 2. สถานการณ์การคลังของรัฐ ในส่วนรายจ่ายประจำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐบาลมีงบประมาณคงเหลือสำหรับรายจ่ายลงทุนลดลง และด้วยความจำเป็นที่ต้องใช้เครื่องมือการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลมีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายแบบขาดดุลต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้น เข้าใกล้กรอบเพดานสาธารณะที่กำหนดไว้ร้อยละ 70 ความกังวลต่อความยั่งยืนการคลังระยะยาว ดังนั้นการดำเนินนโยบายการคลังในระยะปานกลาง รัฐบาลจึงมุ่งฟื้นฟูสภาพการคลังประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการคลัง ปรับสมดุลการคลังทุกมิติ ภายใต้กรอบวินัยการคลัง ความโปร่งใส และเป็นรูปธรรม โดยมีแนวทางปรับลดการขาดดุลการคลังอยู่ในระดับไม่เกินร้อยละ 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ภายในปี 2572 เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูสภาพการคลังประเทศให้กลับสู่สภาวะแข็งแกร่ง

นายเอกนิติกล่าวว่า ภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 ต้องทำหน้าที่ 2 ด้านพร้อมกันคือ ประคับประคองประชาชนและเศรษฐกิจในวันนี้ และวางรากฐานให้ประเทศแข็งแรงขึ้นในอนาคตและได้จัดทำงบประมาณเพื่อมุ่งเน้นตอบโจทย์นโยบายสำคัญของรัฐบาล 5 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านเศรษฐกิจ อาทิ ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้มีรายได้มากขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มกำลังซื้อ ควบคู่การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญใหม่ อาทิ ดิจิทัล AI พลังงานสะอาด 2.ด้านต่างประเทศและความมั่นคง อาทิ การเร่งเสริมสร้างสถานะและความเชื่อมั่นต่อไทยในเวทีโลก การเสริมสร้างความมั่นคงชายแดน 3.ด้านสังคม อาทิ ให้ความสำคัญการลงทุนในทุนมนุษย์ ผ่านนโยบายการศึกษาเท่าเทียม พลัส เรียนฟรีมีงานทำ เรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา 4.ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม อาทิ การสร้างการเติบโตคุณภาพ ควบคู่กับการเติบโตเชิงปริมาณ เปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ 5.ด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย อาทิ ราชการทันใจ มุ่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม 

นายเอกนิติกล่าวว่า งบประมาณรายจ่าย ปี 2570 จำแนกตามกลุ่มรายจ่ายดังนี้ งบกลาง 6.98 แสนล้านบาท งบรายจ่ายหน่วยรับงบประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 35.4% งบจ่ายบูรณาการ 7 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 1.9% งบรายจ่ายบุคลากร 8.5 แสนล้านบาท คิดเป็น 22.5% งบรายทุนหมุนเวียน 2.9 แสนล้านบาท คิดเป็น 7.8% งบชำระหนี้ภาครัฐ 4.62 แสนล้านบาท คิดเป็น 12.2% และ งบเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 7.1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 1.9% ทั้งนี้ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ 2570 ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1. ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 4.07 แสนล้านบาท มี 14 แผนงานเพื่อให้ประเทศมั่นคง ส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน เคารพความเห็นต่าง สร้างความสามัคคีปองดอง ส่งเสริมการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แก้ปัญหายาเสพติด แก้ปัญหาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ 2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถการแข่งขัน 3.48 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาอุตสาหกรรมการบริการทางการแพทย์ ส่งเสริมพัฒนาพลังงานทดแทน 3.ยุทธศาสตร์ด้านพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 6.11 แสนล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ มีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต พัฒนาระบบสาธารณสุข และขยายเครือข่ายการให้บริการสุขภาพอย่างทั่วถึง 

นายเอกนิติกล่าวว่า 4. ยุทธศาสตร์สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 9.6 แสนล้านบาท เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทุกมิติ ส่งเสริมบทบาทองค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดระบบสวัสดิการโดยรัฐเพื่อดูแลทุกกลุ่มเป้าหมายให้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีงาน มีรายได้ 5. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 1.37 แสนล้านบาท เพื่อสร้างความสมดุลและความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ ฟื้นฟู ส่งเสริมทรัพยากร ขยายพื้นที่สีเขียว ลดปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 6. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ 6.76 แสนล้านบาท เพื่อยกระดับการบริการภาครัฐ เปลี่ยนไปสู่ราชการทันสมัย ร่างพ.ร.บ.งบฯ 70 มุ่งเป้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำอย่างทั่วถึง สำหรับการทำนโยบายแบบขาดดุลเพื่อรักษาเสถียรภาพและสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจะบริหารงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมาย ตามกรอบวินัยการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด จะใช้จ่ายเงินภาษีประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ให้เม็ดเงินไปสู่ประชาชน สร้างการเติบโตให้เต็มศักยภาพ เพื่อประโยชน์ของประชาชน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2942774&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bNDymFlPe-s14lDAf7n2H