imf-ย้ำเศรษฐกิจโลกยังมีภูมิคุ้มกัน-จับตาผลสงคราม-ราคาพลังงานIMF ย้ำเศรษฐกิจโลกยังมีภูมิคุ้มกัน จับตาผลสงคราม-ราคาพลังงาน

จูลี โคแซค ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสาร กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund หรือ IMF) เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวประจำเดือนเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 69 ว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังต้องเผชิญผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ความผันผวนของตลาดพลังงาน และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์

แต่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังคงแสดงความสามารถในการรับมือกับแรงกระแทกได้ค่อนข้างดี โดย IMF จะเผยแพร่รายงาน World Economic Outlook (WEO) ฉบับปรับปรุงในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ ซึ่งจะสะท้อนมุมมองล่าสุดต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

IMF ระบุว่า การประเมินผลกระทบของสงครามยังคงอ้างอิงผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะน้ำมัน ผลกระทบต่อเงินเฟ้อและความคาดหวังด้านเงินเฟ้อ รวมถึงภาวะการเงินโลก ซึ่งเป็นกรอบวิเคราะห์เดียวกับที่ใช้ในการประเมินเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

แม้สถานการณ์ความขัดแย้งจะยังไม่สิ้นสุด แต่การหยุดยิงและแนวโน้มการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก

โดยเฉพาะด้านพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับลดลงจากระดับสูงสุด แม้ยังสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามราว 10% ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายประเภท ทั้งก๊าซธรรมชาติ โลหะพื้นฐาน ปุ๋ยยูเรีย และเชื้อเพลิงอากาศยาน เริ่มทยอยปรับตัวลดลงเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม IMF เตือนว่าการกลับเข้าสู่ภาวะปกติจะต้องใช้เวลา เนื่องจากระบบขนส่งสินค้าและห่วงโซ่อุปทานยังต้องอาศัยระยะเวลาฟื้นตัว แม้สถานการณ์ทางทหารจะคลี่คลายลงแล้วก็ตาม

อีกประเด็นที่ IMF ยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด คือผลกระทบต่อเงินเฟ้อโลก แม้ขณะนี้ธนาคารกลางส่วนใหญ่ยังสามารถรักษาความคาดหวังเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบได้ แต่ยังแนะนำให้ดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้แรงกดดันด้านราคากลับมาเร่งตัวอีกครั้ง

ในด้านภาวะการเงิน IMF มองว่าสภาพคล่องในตลาดโลกยังอยู่ในระดับเอื้ออำนวย ทั้งประเทศพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ยังสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ และต้นทุนการระดมทุนยังไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากวิกฤติครั้งนี้ IMF ระบุว่า กลุ่มประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิที่มีฐานะการคลังเปราะบาง โดยเฉพาะหลายประเทศในทวีปแอฟริกา ยังคงเป็นกลุ่มที่น่ากังวล เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและเงินสำรองในการรองรับแรงกระแทกจากราคาพลังงาน

อินเดียยังเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจโลก

สำหรับเศรษฐกิจอินเดีย IMF ยังคงประเมินว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตแข็งแกร่งที่สุดของโลก แม้จะได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยยังคงประมาณการเศรษฐกิจปีงบประมาณ 2569-2570 ขยายตัว 6.5% ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาสแรกของปีปฏิทิน 2569 เติบโตถึง 7.8% สูงกว่าที่ IMF เคยประเมินไว้

IMF ระบุว่า อินเดียได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ทั้งในด้านเงินเฟ้อ ดุลบัญชีเดินสะพัด และฐานะการคลัง แต่เศรษฐกิจยังสามารถรักษาโมเมนตัมได้จากอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่ง อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับควบคุมได้ และเงินสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง

สหรัฐฯ ยังเติบโตดี Fed เหมาะสมคงดอกเบี้ย

ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ IMF ระบุว่า ยังคงมีแรงส่งจากการลงทุนและผลิตภาพแรงงานที่แข็งแกร่ง โดยตัวเลข GDP ไตรมาสแรกของปี 2569 ขยายตัว 2.1% สูงกว่าประมาณการเบื้องต้น

แม้อัตราเงินเฟ้อยังอยู่เหนือเป้าหมาย แต่ IMF เห็นว่าการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งล่าสุดถือว่าเหมาะสม พร้อมแนะนำให้การดำเนินนโยบายในระยะต่อไปอาศัยข้อมูลเศรษฐกิจเป็นสำคัญ และดำเนินการอย่างระมัดระวัง

เวเนซุเอลา เร่งประเมินผลแผ่นดินไหว

IMF ยังแสดงความเสียใจต่อเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา พร้อมระบุว่าอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและความต้องการด้านการฟื้นฟูร่วมกับรัฐบาลเวเนซุเอลา โดยยังไม่สามารถยืนยันรายละเอียดเกี่ยวกับวงเงินช่วยเหลือ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่รัฐบาลเวเนซุเอลาระบุว่าจะนำมาจากทรัพย์สิน SDR ได้ในขณะนี้

ในส่วนของกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ IMF ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ของเวเนซุเอลา แต่ยังคงหารือกับทางการอย่างต่อเนื่อง และพร้อมให้การสนับสนุนทางเทคนิคหากมีความจำเป็น

อาร์เจนตินาเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจ

IMF ประเมินว่า อาร์เจนตินายังคงมีความคืบหน้าในการฟื้นฟูเสถียรภาพเศรษฐกิจ ทั้งการเติบโตที่กลับมา อัตราเงินเฟ้อที่ชะลอลง เงินสำรองระหว่างประเทศที่ทยอยฟื้นตัว รวมถึงภาวะการเงินที่ดีขึ้น สะท้อนผ่านส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

IMF ระบุว่า การตัดสินใจกลับเข้าสู่ตลาดทุนโลกเป็นเรื่องที่รัฐบาลอาร์เจนตินาต้องพิจารณาเอง แต่เชื่อว่าการรักษาวินัยการคลังและการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระยะยาว

ติดตามหลายประเทศสมาชิก

นอกจากประเด็นเศรษฐกิจโลก IMF ยังรายงานความคืบหน้าของหลายประเทศสมาชิก ได้แก่

  • ยูเครน บรรลุข้อตกลงระดับเจ้าหน้าที่ (Staff-Level Agreement) สำหรับการทบทวนโครงการ EFF ครั้งแรก โดยหากคณะกรรมการบริหารอนุมัติ จะได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติม 690 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • อียิปต์ การเจรจาทบทวนโครงการ EFF รอบที่ 7 และโครงการ RSF รอบที่ 2 มีความคืบหน้า คาดเสนอคณะกรรมการบริหารภายในช่วงฤดูร้อนนี้ พร้อมวงเงินราว 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • เอธิโอเปีย เตรียมนำการทบทวนโครงการ ECF ครั้งที่ 5 เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารในวันที่ 1 กรกฎาคม พร้อมเร่งเบิกจ่ายเงิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อรองรับผลกระทบด้านพลังงาน
  • แซมเบีย หลังสิ้นสุดโครงการ ECF ระยะ 38 เดือนเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้ยื่นขอจัดทำโครงการใหม่กับ IMF และคาดว่าจะกลับมาเจรจาอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง
  • เลบานอน IMF ยังคงหารือกับรัฐบาลทั้งมาตรการรับมือวิกฤติระยะสั้นและการจัดทำแผนปฏิรูปเศรษฐกิจระยะยาว โดยเฉพาะการฟื้นฟูภาคธนาคารและยุทธศาสตร์การคลัง
  • เคนยาและเซเนกัล IMF ยังคงหารือกับรัฐบาลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปเศรษฐกิจ การบริหารหนี้ และการจัดทำโครงการความช่วยเหลือในระยะต่อไป

จูลี โคแซค ยังกล่าวย้ำทิ้งท้ายว่า รายงาน World Economic Outlook ฉบับปรับปรุงที่จะเผยแพร่ในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ จะสะท้อนการประเมินล่าสุดของ IMF ต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงประมาณการเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ภายใต้บริบทความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และตลาดพลังงานที่ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/world/662454&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TvE06CCPczdu6mlujJfDT

You missed