เศรษฐกิจซบ-กำลังซื้ออ่อนแรง-แต่กำไรไม่ตก-เฟรเซอร์สฯ-ทำได้อย่างไรเศรษฐกิจซบ กำลังซื้ออ่อนแรง แต่กำไรไม่ตก เฟรเซอร์สฯ ทำได้อย่างไร

ท่ามกลางตลาดอสังหาฯ ที่กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งกำลังซื้อที่อ่อนแรง หนี้ครัวเรือนสูง และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แต่มีผู้เล่นรายหนึ่งที่ยังรักษาผลประกอบการได้อย่างแข็งแกร่ง นั่นคือ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ปีงบการเงิน 2568 บริษัทมีรายได้ 14,686 ล้านบาท และกำไร 1,455 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า แม้อยู่ในช่วงที่หลายธุรกิจกำลังเผชิญความท้าทาย คำถามคือ อะไรทำให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายนี้ยังเติบโตได้ ท่ามกลางคลื่นเศรษฐกิจที่ถาโถม?

จากผู้พัฒนาโครงการสู่อสังหาฯครบวงจร

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังการรวมกิจการกับโกลเด้นแลนด์ในปี 2562 ดีลนี้ไม่ได้เพิ่มเพียงขนาดธุรกิจ แต่ทำให้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรแห่งแรกของไทย ที่มีสินทรัพย์กระจายอยู่ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  •  ที่อยู่อาศัย (Residential)
  •  อุตสาหกรรม (Industrial)
  •  พาณิชยกรรมและมิกซ์ยูส (Commercial Mixed-Use)

โครงสร้างดังกล่าวทำให้บริษัทไม่ได้พึ่งพารายได้จากตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป และสามารถรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจได้ดีกว่าผู้ประกอบการที่มีธุรกิจอยู่เพียงเซกเมนต์เดียวนี่คือหัวใจของกลยุทธ์ Multi-Asset Class Portfolio ที่บริษัทใช้เป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงในระยะยาว
 

6 เครื่องยนต์ธุรกิจช่วยกระจายความเสี่ยง

เมื่อเจาะลึกลงไป เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย วางโครงสร้างธุรกิจไว้ถึง 6 แกนหลักฝั่งรายได้จากการขาย ประกอบด้วย

  •  บ้านแนวราบ
  •  คอนโดมิเนียม

ส่วนฝั่งรายได้ประจำ ประกอบด้วย

  •  อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์
  •  นิคมอุตสาหกรรม
  •  อาคารสำนักงานและโรงแรม
  •  รีเทล

การมีทั้งรายได้แบบขายครั้งเดียว และรายได้ประจำ ทำให้บริษัทมีสมดุลทางธุรกิจมากขึ้นในช่วงที่ตลาดที่อยู่อาศัยชะลอตัว รายได้จากโรงงาน คลังสินค้า หรืออาคารสำนักงาน สามารถเข้ามาช่วยพยุงผลประกอบการได้ขณะที่เมื่อเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว ธุรกิจที่อยู่อาศัยก็จะกลับมาเป็นแรงส่งสำคัญอีกครั้ง

อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ดาวเด่น

หนึ่งในธุรกิจที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือ กลุ่มอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ปัจจุบันประเทศไทยยังได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตเข้าสู่อาเซียน รวมถึงเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

เฟรเซอร์สฯ จึงวางตัวเองเป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่จัดหาที่ดิน พัฒนาโรงงาน ไปจนถึงคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้านวทางดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถตอบโจทย์นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการขยายธุรกิจในประเทศไทยได้ครบในจุดเดียวและกำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่สุดของการเติบโตในระยะต่อไป

เมื่อทำเล CBD กลายเป็นข้อได้เปรียบ

อีกหนึ่งจุดแข็ง คือ พอร์ตอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ระดับพรีเมียมในย่านศูนย์กลางธุรกิจบริษัทมีโครงการมิกซ์ยูสและอาคารสำนักงานสำคัญหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น One Bangkok, The PARQ, Park Ventures, Sathorn Square, FYI Center, Samyan Mitrtown และ Silom Edge

จุดเด่นของโมเดลมิกซ์ยูส คือ การผสานพื้นที่ทำงาน พื้นที่ค้าปลีก และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันยิ่งมีผู้คนเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ก็ยิ่งสร้างทราฟฟิกและมูลค่าเพิ่มให้กับทั้งระบบนิเวศทางธุรกิจของโครงการ

เครือข่ายระดับโลก แต้มต่อที่คู่แข่ง

สิ่งที่ทำให้เฟรเซอร์สฯ แตกต่างจากผู้เล่นหลายรายในตลาด คือ การเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ที่มีเครือข่ายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน ออสเตรเลีย และยุโรป

ข้อได้เปรียบนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องเงินทุน

แต่ยังรวมถึงองค์ความรู้ ประสบการณ์ และฐานลูกค้าระดับนานาชาติ ที่สามารถเชื่อมโยงการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ที่ต้องการขยายธุรกิจในหลายประเทศพร้อมกันเฟรเซอร์สฯ จึงไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่ในประเทศไทย แต่กำลังก้าวสู่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระดับภูมิภาค

เป้าหมายปี 2569 โตต่อสวนเศรษฐกิจ

แม้เศรษฐกิจไทยยังเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมมากกว่า 15,000 ล้านบาทในปี 2569แผนสำคัญประกอบด้วย

  •  ขยายพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าภายใต้การบริหารจาก 3.8 ล้านตารางเมตร เป็น 4 ล้านตารางเมตร
  •  ขยายนิคมอุตสาหกรรม ARAYA – The Eastern Gateway จาก 1,891 ไร่ เป็น 3,800 ไร่
  •  เตรียมพัฒนาเพิ่มเติมอีก 2,200 ไร่ ในจังหวัดชลบุรี
  •  เดินหน้าพอร์ต Commercial Mixed-Use ที่มีพื้นที่รวมกว่า 1.8 ล้านตารางเมตร
  •  เปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 7,300 ล้านบาท

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทไม่ได้รอให้เศรษฐกิจฟื้นก่อนจึงค่อยลงทุน แต่กำลังใช้ช่วงเวลานี้วางรากฐานสำหรับการเติบโตในอนาคตในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญความท้าทาย ผู้ประกอบการจำนวนมากอาจต้องพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเป็นหลัก

แต่เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เลือกสร้าง “ความแข็งแกร่งจากความหลากหลาย”ผ่านกลยุทธ์ Multi-Asset Class Portfolio ที่กระจายความเสี่ยงไปยังหลายธุรกิจ หลายแหล่งรายได้ และหลายกลุ่มลูกค้าจนทำให้บริษัทสามารถรักษาเสถียรภาพของผลประกอบการได้ แม้เศรษฐกิจจะผันผวนและนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญว่า ทำไมเฟรเซอร์สฯ จึงยังสามารถเดินหน้าเติบโตได้ ในวันที่หลายธุรกิจกำลังเผชิญคลื่นลมเศรษฐกิจลูกใหญ่

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/property/1240234&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw32_6a907bfpZlv96a1Wi5A