คลื่นความร้อนถล่มยุโรป ฉุดเศรษฐกิจสูญ GDP กว่า 7% ภายในปี 2030
บริษัทอลิอันซ์เทรด แขนงสินเชื่อการค้าของบริษัทประกันภัยอลิอันซ์แห่งยุโรป ออกรายงานเตือนว่าคลื่นความร้อนที่ถาโถมยุโรปเป็นระลอกที่สองของปีนี้ กำลังกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยคาดการณ์ว่าหากอุณหภูมิสูงสุดในรอบ 10 ปีย้อนหลังระหว่างปี 2014-2024 วนซ้ำอีกครั้งก่อนถึงปี 2030 ยุโรปอาจสูญเสีย GDP สะสมรวมกันสูงถึง 5-7%
ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ประเมินได้
อลิอันซ์เทรดคำนวณว่าฝรั่งเศสจะได้รับผลกระทบมากที่สุดด้วยความสูญเสียกว่า 2.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามด้วยอิตาลี 1.47 แสนล้านดอลลาร์ เยอรมนี 1.31 แสนล้านดอลลาร์ และสเปน 1.2 แสนล้านดอลลาร์ นอกจากนี้รายได้ภาษีของฝรั่งเศสอาจลดลงถึง 1.8% ในขณะที่รัฐบาลต้องเพิ่มงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณสุขพร้อมกัน ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาการขาดดุลงบประมาณที่หลายประเทศในยุโรปเผชิญอยู่แล้ว
ประสิทธิภาพแรงงานดิ่งเมื่ออุณหภูมิเกิน 30 องศา
อลิอันซ์เทรดระบุ “จุดวิกฤต” ว่าอยู่ที่อุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียส ซึ่งเมื่ออุณหภูมิสูงเกินระดับนี้ ผลิตภาพแรงงานจะลดลงอย่างรวดเร็ว ปาทริก มาร์แต็ง หัวหน้าสมาคมนายจ้างหลักของฝรั่งเศส เมเดฟ กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ BFM ว่า “ฝรั่งเศสกำลังทำงานในโหมดช้า สิ่งนี้รบกวนการทำงานและทำให้ผลลัพธ์ลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ข้อมูลจาก AFP ระบุว่าในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ประชาชนกว่า 100 ล้านคนในยุโรปเผชิญอุณหภูมิสูงเกิน 35 องศาเซลเซียส
ผลกระทบระยะกลางต่อการเงินและราคาอาหาร
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) พบว่าคลื่นความร้อนในฤดูร้อนทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคลดลงราว 1% และผลกระทบนี้ไม่ใช่แค่ชั่วคราว แต่ยืดเยื้อและรุนแรงขึ้นจนอาจแตะ 1.5% ภายในสองปี เอ็มมานูเอล มูแล็ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติฝรั่งเศสคนใหม่ ยืนยันผ่านสถานีวิทยุ France Inter ว่า “มีผลกระทบเชิงลบต่อการเติบโตในระยะกลางอย่างชัดเจน” ขณะที่ ECB ยังคำนวณด้วยว่าภัยแล้งปี 2022 ดันราคาอาหารในยุโรปเพิ่มขึ้น 0.7 จุดเปอร์เซ็นต์
เรียกร้องให้ยุโรปเร่งรับมืออย่างเป็นระบบ
ฮาเซม กริเชน นักเศรษฐศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืนของอลิอันซ์ ระบุว่า “หากปราศจากการเปลี่ยนผ่านที่รวดเร็วสู่การปรับตัวด้านสภาพภูมิอากาศและความเป็นกลางทางคาร์บอน ปรากฏการณ์เหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นแรงต้านเชิงโครงสร้างระยะยาวต่อเศรษฐกิจ” พร้อมเรียกร้องให้มีการประสานงานในระดับยุโรปอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อรับมือเชิงป้องกัน โดยชี้ให้เห็นจุดอ่อนสำคัญคือการที่ยุโรปมีครัวเรือนติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพียง 19% เทียบกับ 90% ในสหรัฐอเมริกา
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/europe-heatwave-economic-impact-gdp-loss-2030&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0oHgMx5ICyrjGUBiKx3M0Y

