กระตุก‘แลนด์บริดจ์’-สภาพัฒน์ยัน-ไม่เคยศึกษามาก่อนกระตุก‘แลนด์บริดจ์’ สภาพัฒน์ยัน ไม่เคยศึกษามาก่อน

กระตุก‘แลนด์บริดจ์’ สภาพัฒน์ยัน ไม่เคยศึกษามาก่อน

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กระตุก‘แลนด์บริดจ์’

สภาพัฒน์ยัน

ไม่เคยศึกษามาก่อน

ระบุแค่ค้านคลองไทย

หนูสั่งลงพื้นที่ฟังปชช.

โฆษกรบ.เผยนายกฯแจ้งกลางวงครม.เดินหน้าแลนด์บริดจ์ หวังสร้างงาน สร้างรายได้ประเทศ แต่ยังมีความกังวล สั่งคมนาคมลงพื้นที่ศึกษาให้รอบด้าน  ในขณะที่“ดนุชา” เผย สภาพัฒน์ยังไม่เคยศึกษา“แลนด์บริดจ์”เเจงแค่ค้าน“คลองไทย” ในสมัย“บิ๊กตู่”เหตุไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ชี้ มีระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ควบคู่ด้วย ประเทศได้ประโยชน์มาก

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า กรณีที่ สศช.ได้เคยมีผลการศึกษาว่าโครงการแลนด์บริดจ์ ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจตั้งเเต่สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น ว่า สศช.ยังไม่เคยศึกษาเรื่อง แลนด์บริดจ์ แต่สิ่งที่สำนักงานทำในสมัยพลเอกประยุทธ์ เป็นเรื่องคลองไทย โดยในขณะนั้น นายกรัฐมนตรีและสมาคมคลองไทย ให้ทาง สศช.ไปดูว่า จะได้ผลประโยชน์อย่างไรบ้าง ทั้งนี้ สศช.จึงได้ไปทำการศึกษาในเบื้องต้นว่า คลองไทย มีประโยชน์อย่างไร ซึ่งมีการเปรียบเทียบกันระหว่าง ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ Southern Economic Corridor กับ แลนด์บริดจ์ โดยผลในการเปรียบเทียบออกมาว่า คลองไทย จะได้ผลประโยชน์ต่ำสุด รองลงมาคือตัว แลนด์บริดจ์ เพราะจะมีการลงทุนสูงมาก แต่ถ้าไม่มีการพัฒนาตัวอุตสาหกรรมเพิ่มเติม เป็นแค่แลนด์บริดจ์ อย่างเดียวนั้น ผลประโยชน์มันจะไม่มาก

อย่างไรก็ตามถ้ามาเทียบกับการทำระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ซึ่งมีพื้นที่อุตสาหกรรมด้วย ก็จะมีประโยชน์มากกว่า ทาง สศช.ไม่เคยศึกษาเรื่องแลนด์บริดจ์อย่างจริงจัง” นายดนุชา กล่าวยืนยัน

นายดนุชา กล่าวว่า ถ้าหากรัฐบาลอนุทิน จะทำโครงการแลนด์บริดจ์นั้น มองว่า จะต้องดูรูปแบบโครงการมีอะไรบ้าง การลงทุนเป็นอย่างไร ต้องเปรียบเทียบดูว่า จะได้ผลประโยชน์อะไรบ้าง เพราะการส่งสินค้าอย่างเดียวนั้นไม่ได้ ต้องมีพื้นที่อุตสาหกรรมและพัฒนาพื้นที่เพิ่มเติมด้วย แต่ในตอนนี้ประเทศไทยทางฝั่งตะวันตก ยังไม่มีท่าเรือที่ส่งออกสินค้า มองว่า ควรเริ่มต้นทางท่าเรือระนองก่อน จากนั้นจึงขยายออกไป ขึ้นอยู่กับรูปแบบที่จะดำเนินโครงการ ว่าจะมีอะไรบ้าง

‘ตอนนี้ฝั่งตะวันตกยังไม่มีท่าเรือที่ส่งออกได้เลย ที่เป็นการส่งออกสินค้าแบบจริงจัง ไม่ใช่เรือเล็กๆ น้อยๆ หรือเป็นเรือที่ต้องไปเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่ประเทศมาเลเซีย แต่ถ้าเป็นท่าเรือของไทยและเชื่อมโยงกับพื้นที่อุตสาหกรรมภายในประเทศ ที่จะส่งไปทางอินเดีย หรือตะวันออกกลางและยุโรป ถ้าสามารถทำท่าเรือฝั่งตะวันตกได้ ก็เอาสินค้าจากแหลมฉบังมาออกตรงนี้ ก็เป็นประโยชน์กับประเทศ’

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐ(ครม.)นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แจ้งในที่ประชุมถึงโครงการแลนด์บริดจ์ ว่าที่ผ่านมามีความพยายามในการผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นจริง เพราะเป็นโอกาสที่จะนำเงินเข้าประเทศ สร้างรายได้ สร้างการจ้างงาน สู่การพัฒนาประเทศระยะยาว แต่ที่ผ่านมายังไม่สามารถผลักดันให้เกิดขึ้นจริงได้ นายกฯจึงย้ำว่าวันนี้ในบริบทที่ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนไป การมองโครงการควรมองให้ลึกและรอบด้านมากยิ่งขึ้น เพราะมีโอกาสทางเศรษฐกิจและสิ่งที่ดีที่ตามมาในพื้นที่ในจังหวัดทางภาคใต้

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกฯเข้าใจถึงข้อกังวลของประชาชน เพราะในด้านที่ดีก็อาจจะมีข้อกังวลด้วย จึงเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทั้งในจ.ชุมพรและระนอง จึงมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม ลงไปรับฟังความคิดเห็นและมติของประชาชนในพื้นที่ว่าคิดเห็นอย่างไรโดยให้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่และรอบด้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/961302&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rYlcQQmGCr6kOgMHK8BRt