คำประกาศก่อนหน้านี้ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำตัวจริง เสียงจริง ของพรรคประชาชน(ปชน.) ที่ว่า “ถ้าภูมิใจไทยมาเป็นที่หนึ่ง พรรคประชาชน ก็เป็นฝ่ายค้าน”

คำพูดที่ว่า คงไม่ใช่การพูดแบบลอย ๆ แน่ เพราะสอดรับกับคำประกาศในการหาเสียงที่ภาคอีสานช่วงปลายเดือนธันวาคม “จะหักปากกาเซียน ทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ให้ดู”

นั่นคือ การตั้ง “รัฐบาลประชาชน” ขึ้นหลังการเลือกตั้ง

แม้หลายคนจะรู้สึกเสียดเย้ยต่อท่าทีดังกล่าว แต่ในเวลาต่อมา ผลโพลของสถาบันการศึกษาหลัก ๆ ต่างพร้อมใจให้คะแนนนิยมพรรคส้มอยู่ในจุดที่ยืนหนึ่ง ไม่ว่าในระดับจังหวัด ภูมิภาค หรือผลโพลจากทั่วประเทศ

พรรคส้ม ยังครองความเป็นขวัญใจของโพลทุกสำนัก

ต่างจากภาพสะท้อนบนเวทีดีเบตของสื่อหลายสำนัก ที่คนของพรรคส้มถูกมองเพลี่ยงพล้ำให้กับตัวแทนพรรคอื่น ไม่ว่าจะเป็นคู่ของ “รังสิมันต์ โรม – สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” ประเด็นนโยบายด้านต่างประเทศ “ศิริกัญญา ตันสกุล – ศุภจี สุธรรมพันธ์” ประเด็นสต็อกข้าว 100 ล้านตัน

ล่าสุดประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เวทีนี้หัวหน้า “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ออกงานเอง และยืนโต้กระแสลมแรงอยู่ลำพังเพียงพรรคเดียว เรื่องหมวด 1 หมวด 2 ที่พรรคอื่น ๆ ยกมือไม่แก้ไข แต่หัวหน้าเท้ง ไม่ยอมยกมือ

ในเวลาต่อมา ถึงจะลุกขึ้นใช้โวหารชี้แจง อ้างหลักการในรัฐธรรมนูญอธิบายอย่างไร แต่ก็เป็นการย้ำถึงจุดยืนเดิมของพรรคส้ม ที่แน่วแน่และก้าวไม่ข้ามเรื่องการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ในรัฐธรรมนูญ

อันเป็นจุดยืนเดียวที่หลงเหลืออยู่ ไม่ถูกพันธนาการด้วยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เหมือนมาตรา 112

ในภาวะที่คนส่วนหนึ่ง กำลังมองว่าพรรคส้ม เสียศูนย์ เสียรังวัด สะดุดขาตัวเอง แถมมีปัญหาภายใน เข้าขั้นเกิดวิกฤติศรัทธาด้วยซ้ำ แต่ผลโพลที่ออกมากลับสวนทางและเป็นคนละอารมณ์กับภาพสะท้อนจากเวทีดีเบต

นั่นเท่ากับว่า โหวตเตอร์ที่เป็นกลุ่มเยาวชน คนรุ่นใหม่ ฐานเสียงของพรรคส้ม นอกจากไม่ได้วอกแว่กกับดิจิทัล ฟรุ๊ตปริ้นหรือกระแสด้านลบใด ๆ ที่ถาโถมเข้าใส่พรรคส้มแล้ว ยังมีความเหนียวแน่นอยู่กับพรรคตลอด

บนเป้าหมายต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสังคมที่พรรคอื่นไม่มี

ด้วยเหตุนี้กระมัง จึงทำให้ “ธนาธร-ณัฐพงษ์” มีความมั่นใจ และกล้าแสดงจุดยืนที่สวนกระแสสังคมออกมา ซึ่งสื่อไปถึงมวลชนคนรักพรรคส้มโดยตรง ไม่ได้อินังขังขอบกับพวกที่เสียดเย้ย เพราะถึงอย่างไรก็บังคับให้ชอบไม่ได้อยู่แล้ว

การเดินหน้าลุยไฟเที่ยวนี้ของพรรคส้ม จึงได้เห็นการออกมาของ ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ไสม้าออกมาขวางเต็มลำ ซึ่งพรรคส้มเองก็พอรับรู้ถึงภารกิจของเฮียชู ว่าต้องการสะกัดพรรคส้ม ไม่ให้เข้าที่หนึ่งเหมือนเลือกตั้งหนก่อน

เพราะนั่นคือ ความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล อันเป็นฉันทานุมัติจากประชาชนทั่วทั้งประเทศ

ในทางกลับกัน หากพรรคส้มไม่ได้เป็นแชมป์เลือกตั้ง และพรรคน้ำเงินมาเป็นที่หนึ่ง ก็เป็นอย่างที่ธนาธรประกาศไว้ พรรคประชาชนก็ไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

เพราะฉะนั้น การเลือกตั้งหนนี้จึงเป็นเดิมพันครั้งสำคัญของพรรคส้ม ที่ต้องการสื่อไปถึงมวลชนคนรุ่นใหม่ แฟนเก่าแฟนเดิมของตัวเองว่า จุดยืนยังคงเดิม

ส่วนในปัฐพีนี้ คนที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง กับคนที่ยังอยากอยู่กับจารีตเดิมอย่างไหนจะมีมากกว่ากัน นี่คือเดิมพันสำคัญและความสุ่มเสี่ยงของพรรคส้ม ที่ยืนอยู่ระหว่างคำว่า แลนด์สไลด์กับต่ำร้อย?!

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/deep-space/deepspace-people-party-election-opposition&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ivltr4L5I7klFa-R9H8bN